Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล สงครามการค้าดับฝัน ‘America First’ ของทรัมป์

สงครามการค้าดับฝัน ‘America First’ ของทรัมป์

2306
0
SHARE
โนัลด์ ทรัมป์

จีนเปิดสมุดปกขาวชี้ตลาดการค้าจีนช่วยให้เกิดการจ้างงานของชาวอเมริกันหลายล้านตำแหน่งงาน และสร้างผลกำไรตอบแทนให้กับบริษัทสหรัฐจำนวนมหาศาลในช่วง 2 ทศวรรษของการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ

รายงานสมุดปกขาวของจีนฉบับนี้มีชื่อว่า The Facts and China’s Position onChina-US Trade Friction นำเสนอโดย Information Office of the State CouncilThe People’s Republic of China เพื่ออธิบายเกี่ยวกับความสูญเสียจากความขัดแย้งทางการค้าที่เกิดจากการกดดันของสหรัฐ และการกระทำผิดคำพูดต่อการเจรจาในข้อตกลงของสหรัฐ 

รวมถึงจุดยืนของจีนที่จะให้การเจรจาโดยยึดหลักการบนพื้นฐานความเสมอภาคและผลประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกัน โดยหวัง โส่วเหวิน รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ของจีน กล่าวในระหว่างแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ว่า ในช่วงที่ผ่านมาคณะทำงานของสหรัฐได้ใช้การขาดดุลทางการค้าและทรัพย์สินทางปัญญาเป็นข้ออ้างที่จะกดดันให้ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการค้ารุนแรงขึ้นหลายครั้ง

นอกจากนี้ ยังดำเนินการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพียงฝ่ายเดียว และยังบีบบังคับให้จีนต้องใช้มาตรการที่แข็งกร้าวในการปกป้องผลประโยชน์ ทั้งนี้ การกระทำของสหรัฐส่งกระทบทั้ง 2 ประเทศและโลกตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น 

ข้อมูลในสมุดปกขาวของจีนตีแผ่ว่า จากรายงานขององค์การสหประชาชาตื (UN) ในปี 2017 นั้น มูลค่าการส่งออกของสหรัฐมายังจันมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 130,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 577% จากมูลค่าเพียง 19,180 ล้านดอลลาร์ในปี 2001 ซึ่งเป็นปีที่จีนเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO) ขณะที่สหรัฐเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของจีนในสัดส่วน 19% ของการส่งออกของจีน

ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดเป็นเบอร์ 1 ทางด้านการส่งออกเครื่องบินและถั่วเหลืองของสหรัฐ ส่วนการส่งออกรถยนต์มีขนาดใหญ่เป็นเบอร์ 2 โดยในปี 2017 นั้น จีนเป็นตลาดส่งออกถั่วเหลืองของสหรัฐสูงถึง 57% เป็นการส่งออก Boeing Aircraft ในสัดส่วน 25% ขณะที่เป็นการส่งออกรถยนต์สัดส่วน 20% นอกจากนี้เป็นการส่งออกสินค้า ICs สัดส่วน 14% และเป็นการส่งออกฝ้ายในสัดส่วน 17%

อย่างไรก็ตาม ในรายงานสมุดปกขาวได้เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐทำให้การส่งออกสินค้าจากจีนไปยังสหรัฐลดลงถึง 9.7% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลง 5 เดือนติดต่อกัน 

อีกทั้งความขัดแย้งการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังทำให้บริษัทในทั้ง 2 ประเทศขาดความเชื่อมั่นต่อบรรยากาศการลงทุน โดยที่แนวโน้มการลงทุนของจีนในสหรัฐยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการขยายตัวของการลงทุนของสหรัฐในจีนก็ได้ชะลอตัวลง

ดังนั้น มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐแทนที่จะช่วยส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ แต่กลับทำให้ต้นทุนการผลิตของบริษัทสหรัฐเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพความเป็นอยู่ของชาวอเมริกันที่พุ่งตัวขึ้น

นอกจากผลของความขัดแย้งทางการจะกระทบต่อเศรษฐกิจของทั้งจีนและสหรัฐแล้ว ความไม่ชัดเจนยังทำให้ WTO มีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจโลกในปี 2019 อยู่ที่ 2.6% จากเดิมที่คาดไว้ 3.7%

ที่สำคัญคือ สงครามการค้าะหว่างสหรัฐและจีนที่กำลังลุกลามบานปลายออกไปเรื่อยๆ สิ่งที่ทางการวอชิงตันก่อขึ้นมาเพื่อเล่นงานต่อกรุงปักกิ่งนั้น นอกจากจะไม่ได้ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง (ตามที่ประธานาธืบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศในช่วงเข้ารับตำแหน่ง) แต่ตรงกันข้ามกลับจะสร้างความเสียหายให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐในที่สุด