Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล IMFเตือนเศรษฐกิจโลกดิ่งปีหน้า พิษสงครามการค้า

IMFเตือนเศรษฐกิจโลกดิ่งปีหน้า พิษสงครามการค้า

1553
0
SHARE
IMF

IMF ออกโรงเดือนทั้งเศรษฐกิจโลกและสหรัฐถูกกระทบหนักปีหน้า โดยที่มีการคาดการณ์จีดีพีโลกชะลอตัวลงถึง 0.5% ในปีหน้า คิดเป็นมูลค่าที่สูญเสียไปถึง 455,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากปัญหาความเสี่ยงของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าประกาศจะตัดสินใจเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 325,000 ล้านดอลลาร์หลังการประชุมกลุม G-20 ปลายเดือนมิถุนายนนี้

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯอาจอ่อนแอลง จากพิษของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่ง IMF และธนาคารโลก ได้เข้าร่วมประชุมพร้อมกับการประชุมของรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G-20 ที่เมืองฟูกูโอกะ ของญี่ปุ่น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

การทบทวนเศรษฐกิจโลกในภาพรวมก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G-20 ที่กรุงโอซากา ในช่วงวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้

ทั้งนี้ คริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ IMF กล่าวว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีกับสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมด จะทำให้จีดีพีโลกลดลง 0.5% ในปี 2020 หรือคิดเป็นมูลค่า 455,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับขนาดจีดีพีของประเทศแอฟริกาใต้

ในเดือนเมษายนนั้น IMF มีการปรับลดจีดีพีโลกลงที่ระดับ 3.3% ปีนี้ และที่ระดับ 3.6% ปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ มีการคาดว่า ผลจากความตึงเครียดในสงครามการค้าที่รุนแรงมากขึ้นจะฉุดเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง 0.3-0.5%

นอกจากนี้ คริสติน ลาการ์ด ยังกล่าวระหว่างการแถลงว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญมาก รวมถึงจีนและเม็กซิโก จีงควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผ่านการทำข้อตกลงการค้าที่จะส่งผลให้ระบบการค้ากลับมาแข็งแกร่ง และบูรณาการมากขึ้นโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ทางการค้าในแบบพหุภาคีด้วย

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐนั้น IMF เปิดเผยในแถลงการณ์จากการเฝ้าติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐปี 2019 นี้  ว่า จีดีพีที่แท้จริงของสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวที่ระดับ 2.6% ก่อนจะชะลอตัวลงที่ระดับ 1.9% ในปี 2020

แต่ประมาณการดังกล่าวนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงหากสหรัฐมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มขี้นอีกในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลให้การขยายตัวของจีดีพีลดลง

IMF ย้ำว่า มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าและที่ไม่ภาษีอื่นๆ ของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากจะเป็นการฉุดการค้าทั่วโลกลดลง ยังเป็นการเพิ่มข้อจำกัดการซื้อขายสินค้าและบริการ รวมทั้งยังจะกระตุ้นให้เกิดมาตรการตอบโต้ทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศเมื่อวันพุธ ในระหว่างการประชุมร่วมกับเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ถึงการตัดสินใจว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 325,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G-20 ที่ญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนนี้

ผู้นำสหรัฐเปิดเผยว่า จะพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในระหว่างการประชุมสุดยอด G-20 ท่ามกลางการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนต้องพบกับความล้มเหลวในเดือนพฤษภาคมโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า

สหรัฐได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ จากอัตราภาษีนำเข้าที่ 10% สู่ระดับ 25% ส่งผลให้จีนมีการตอบโต้ ด้วยการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐสู่ระดับ 25% เป็นมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ มีผลเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา