Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล ประเมินจากจุดยืน”สหรัฐ-จีน” สงครามการค้ายังยุติยาก

ประเมินจากจุดยืน”สหรัฐ-จีน” สงครามการค้ายังยุติยาก

999
0
SHARE
สหรัฐฯ - จีน

ประเมินจุดยืน 2 ผู้นำสหรัฐและจีนนอกรอบการประชุมสุดยอด G-20 ว่าจะสามารถสงบศึกของสงครามการค้าที่เกิดขึ้นอย่างตึงเครียดในขณะนี้ แต่แนวโน้มยากที่จะได้ข้อยุติ

จุดยืนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องการที่จะนำเสนอแนวทางสมดุุลย์สู่โตัะเจรจาการค้ากับสหรัฐ ที่เมืองโอซากาในวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายนนี้ ขณะที่ประธานาธืบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็แสดงจุดยืนที่จะให้จีนตอบรับการซื้อสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นในจำนวน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย

ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมทวิภาคีระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำจีนที่ถูกจับตามองมากที่สุด หลังจากที่การเจรจาเพื่อให้บรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมทั้งยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน ภาวะการค้าและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวต่อไป

วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานถึงข้อเสนอของผู้นำจีนหวังจะให้เป็นการยุติสงครามการค้า ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวบนเวทีการประชุมกับผู้นำกลุ่มประเทศ BRICs ที่ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อิรเดีย แอฟริกาใต้ และจีน นอกรอบการประชุม G-20 ว่าการที่ประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศมีการใช้มาตรการปกป้องการค้าได้นำมาสู่ความขัดแย้งทางการค้าและเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การกีดกันทางเศรษฐกิจนั้นกำลังทำลายกฎระเบียบการค้าโลก ซึ่งกลุ่ม BRICS ควรต้องเพิ่มความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากผลกระทบภายนอกประเทศ

นอกจากนี้ จีนยังเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกมาตรการห้ามการขายเทคโนโลยีของสหรัฐให้กับหัวเว่ย เทคโนโลยี่ รวมทั้งการยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนทั้งหมด จากที่ได้เก็บภาษีในอัตรา 25% เป็นมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ และการเตรียมเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 325,000 ล้านดอลลาร์ รวมถึงยกเลิกความพยายามที่จะให้จีนซื้อสินค้าจากสหรัฐมากขึ้น

ส่วนจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เตรียมเงื่อนไขการเจรจาให้จีนต้องซื้อสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เท่าตัว หรือเป็นมูลค่าอย่างน้อย 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากที่ US Census Bureau ได้เปิดเผยข้อมูลฐานะการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อจีนจำนวน 419,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2018 และการขาดดุลยังมีต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้อีก 106,900 ล้านดอลลาร์

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า โรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (ISTR) ได้ประชุมผ่านทางโทรศัพท์กับหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน เมื่อวันจันทร์ ยืนยันว่า ความสมดุลทางการค้าจะไม่เกิดขึ้น เพราะจีนเป็นฝ่ายที่ต้องจ่ายให้กับภาระขาดดุลการค้าของสหรัฐที่เกืดขึ้นจากการที่สหรัฐต้องถูกละเมิดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่สืบเนื่องมาจากการลักขโมยเทคโนโลยี

ทั้งนี้ การประชุมนอกรอบเวทีกลุ่ม G-20 ระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนนั้น จะมีขึ้นในเวลา 11.30 น.ของวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน ที่เมืองโอซากา ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์จะมาพร้อมสายเหยี่ยวทั้งโรเบิร์ต ไลท์ไธเซอร์ และปีเตอร์ นาวาโร ที่ปรึกษาทางด้านการค้ากับจีน ซึ่งทั้งคู่มีแนวคิดที่ต้องการให้ใช้มาตรการค้าอย่างเข้มงวดเพื่อกดดันจีนให้ยอมรับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ

โดยที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า สิ่งที่ทีมงานการเจรจาการค้าต้องการให้ได้ข้อตกลงที่มากกว่าสิ่งที่เขากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกับที่ลาร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ยืนยันที่ผลักดันแผนงานเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีน ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทสหรัฐได้เข้าไปลงทุนในจีนที่เป็นเสรีมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การพุ่งความสนใจของนักลงทุนทั่วโดยเฉพาะจุดยืนของจีนที่ต้องการให้ข้อตกลงการค้านำไปสู่แนวทางการค้าสู่ความสมดุลย์ อาจจะส่งผลให้ความเสี่ยงของสงครามการค้ายังไม่สามารถยุติในการเจรจาช่วงสุดสัปดาห์รอบนี้

โดยหากว่าฝ่ายสหรัฐยังคงเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตรา 25% เป็นมูลค่าอีก 325,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Fitch Rating ประเมินว่า นอกจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยังคงยืดเยื้อต่อไปแล้ว ยังจะทำให้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง 0.4% ในปีนี้ ขณะที่ผลสำรวจกลุ่มธุรกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบ 2 ใน 3 คาดว่ามีโอกาสที่สหรัฐจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้