Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล สหรัฐผวาเศรษฐกิจถดถอย ชะลอเก็บภาษีจีน

สหรัฐผวาเศรษฐกิจถดถอย ชะลอเก็บภาษีจีน

809
0
SHARE
โนัลด์ ทรัมป์
สหรัฐผวาเจอภาวะเศรษฐกิจถดถอย กระทบตลาดหุ้นวอลล์สตรีทตกต่ำ รวมถึงมาตรการตอบโต้เชิงรุกของจีน กลับลำเลื่อนตั้งกำแพงภาษีที่มีต่อการเรียกเก็บจากการนำเข้าสินค้าจากจีนออกไปมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ธันวาคม อ้างกระทบกำลังซื้อคนอเมริกันในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ออกประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนในอัตรา 10% เป็นมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ออกไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคม จากที่กำหนดไว้เดิมในวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นสินค้าเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป จอมอนิเตอร์ คอมพิวเตอร์ และคอนโซลวิดีโอเกม รวมทั้งของเล่น รองเท้า และเสื้อผ้า

นอกจากนี้ USTR ยังได้ถอดรายการนำเข้าสินค้าทางด้านสุขภาพ ด้านความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยที่สินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10%

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุถึงการตัดสินใจเลื่อนการเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนออกไปก่อน เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของคนอเมริกันให้มีความสุขในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

อย่างไรก็ตาม ทีมงานของประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่า เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำลังซื้อในประเทศของผู้บริโภคสหรัฐ สินค้าที่มีการเลื่อนออกไปนั้นมีจำวน 3,800 รายการที่เกี่ยวข้องสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นส่วนใหญ่มีมูลค่ารวมกันถึง 156,000 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ฟันธงว่า สหรัฐอาจจะต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากปัจจัยเสี่ยงของสงครามการค้าที่ตึงเครียดมากขึ้น โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนรอบล่าสุดในอัตรา 10% มูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ มีแนวโน้มที่จีดีพีในปีนี้จะชะลอตัวลงที่ระดับ 1.8% จากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 2% สอดคล้องกับรายงานของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า การชะลอตัวเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมานนั้น มาจากภาคการผลิตอุตสากรรมที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เฟดมีการลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมเมื่อเดือนกรกฎาคม

เฟดอาจจะมีการปรับลดดอเบี้ยลงอีก 2 ครั้งในเดือนกันยายนและธันวาคม เนื่องจากแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองในทำเนียบขาวและทิศทางการดิ่งตัวลงของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาดการเงิน ที่ลงแตะระดับ 1.6-1.7% ถือเป็นอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปีนับจากปี 2015 เป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะเกิดภาวะถดถอยในปี 2019 และปี 2020

ขณะเดียวกันการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ และกระทรวงการคลังสหรัฐได้ระเบิดศึกสงครามค่าเงิน (Currebcy War) กล่าวหาจีนปั่นเงินหยวนอ่อนค่าเพื่อความได้เปรียบทางการค้า และทำให้เกิดกาวะการค้าที่ไม่เป็นธรรม ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท รวมทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกถล่มทลายลงจนเข้าขั้นวิกฤติเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องและรุนแรงถึง 5% จากจุดพีคของปีนี้ ดังนั้น การที่ผู้นำสหรัฐรวทถึงทีมงานทำเนียบขาว ยอมถอยสำหรับการเลื่อนภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนระลอกใหม่ออกไป ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกพลิกกลับมาในแดนบวก

ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อวันอังคารที่ 26,279 พุ่งขึ้น 372.54 จุด หรือ 1.44% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,926 พุ่งขึ้น 43.23 จุด หรือ 1.5% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,016 พุ่งขึ้น 152.95 จุด หรือ 1.95%

ขณะที่เงินหยวนเคลื่อนไหวในทิศทางที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยที่เงินหยวนเคลื่อนไหวในทิศทางที่แข็งค่าขึ้นแตะ 7.01 หยวนต่อดอลลาร์ ถึงแม้ว่า ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางในวันนี้ที่ระดับ 7.0312 หยวนต่อดอลลาร์