Home ทิศทางเศรษฐกิจ สตรีมมิงแข่งเดือด! ดิสนีย์ดึง 21st Century Fox เสริมทัพ รับมือ Netflix

สตรีมมิงแข่งเดือด! ดิสนีย์ดึง 21st Century Fox เสริมทัพ รับมือ Netflix

541
0
SHARE

Walt Disney Co. ปิดดีลเข้าถือครองสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่บันเทิง 21st Century Fox ถือเป็นการควบรวมสตูดิโอชื่อดังของฮอลลีวูดเข้าด้วยกัน ในโลกยุคปัจจุบันที่รายการโชว์และภาพยนตร์มีการให้บริการผ่านสตรีมมิงมากขึ้นเรื่อยๆ

นับจากนี้ ดิสนีย์จะครอบครองสตูดิโอผลิตภาพยนตร์และรายการทางทีวีของฟอกซ์ รวมถึงเคเบิลเนตเวิร์ก FX, Fox Searchlight และ National Geographic

ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีขึ้นหลังจากการเจรจาเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว ปิดดีลลงได้ในที่สุดหลังจากผ่านการอนุมัติในหลายตลาดต่างประเทศ รวมถึงได้ไฟเขียวจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว

การผนึกกำลังระหว่างดิสนีย์กับฟอกซ์ เป็นส่วนหนึ่งในการดิ้นสู่”ความเป็นใหญ่”ในฮอลลีวูด ซึ่งค้นพบว่าการมีแค่ภาพยนตร์หรือรายการโชว์ทางทีวีที่ฮิตติดตลาด ไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะสตูดิโอทุกวันนี้ต้องมีคาแรกเตอร์และแฟรนไชส์ที่มั่นคงเพื่อขายสมาชิกผ่านบริการสตรีมมิง รวมถึงขายตั๋วภาพยนตร์ ของเล่น และบัตรเข้าสวนสนุก

เทรนด์ดังกล่าวนำไปสู่การควบรวมอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีเอทีแอนด์ทีเข้าถือครองไทม์วอเนอร์ เพราะยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมอย่างเอทีแอนด์ทีต้องการนำความบันเทิงมาให้บริการผ่านโทรศัพท์ รวมถึงเปิดตัวบริการสตรีมมิงตรงถึงลูกค้า

นอกจากนั้น ยังมีรายของ Comcast ที่เข้าซื้อ DreamWorks Animation SKG เมื่อปี 2560 เพื่อนำไปเสริมทัพ NBCUniversal กับ Universal Pictures

ส่วนในปีนี้ นักวิเคราะห์มองว่า CBS Corp. กับ Viacom อาจควบรวมกิจการกัน

สำหรับรายของดิสนีย์นั้น หลังจากควบรวมกับ 21st Century Fox ก็จะผงาดขึ้นเป็นผู้นำในแวดวงฮอลลีวูด

จริงๆ ก่อนจะมาถึงจุดนี้ ดิสนีย์ซื้อมาแล้วหลายกิจการ ไม่ว่าจะเป็น Pixar Animation Studios, Marvel Entertainment และ Lucasfilm อันถือเป็นการนำหนังเรื่องดังๆ อย่าง “Toy Story,” “The Avengers” และ “Star Wars” มาไว้ในชายคาเดียวกัน ทั้งยังเป็นการขยายโมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งนอกจากเปิดโอกาสให้ดิสนีย์ทำเงินจากภาพยนตร์เหล่านี้แล้ว ยังมีรายได้จากการขายของเล่น และรายได้จากสวนสนุกอีกด้วย

ในกรณีของฟอกซ์ ซึ่งเป็นการเข้าควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของดิสนีย์นั้น บริษัทวางเดิมพันระยะยาว เพราะการผงาดขึ้นมาของ Netflix บีบให้บรรดาสตูดิโอต้องมองหาหนทางสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้าโดยตรง โดยข้ามโรงหนังโรงภาพยนตร์ไป และเข้าไปถึงบ้านโดยตรงเลย

นอกจาก Netflix แล้ว การควบรวมระหว่างดิสนีย์กับ 20th Century Fox ยังก่อให้เกิดคู่แข่งที่ยากต่อกรสำหรับ Amazon , Apple และบริการสตรีมมิง รวมถึงยักษ์ใหญ่ไฮเทคอื่นๆ ที่แห่กันเข้ามาชิงพื้นที่ในธุรกิจบันเทิง

ทั้งนี้ ดิสนีย์เปิดบริการสตรีมมิงแล้ว โดยผูกกับโปรแกรม ESPN ของบริษัท ทั้งยังวางแผนเปิดบริการสตรีมมิงเน้นกลุ่มครอบครัวภายในปีนี้ ซึ่งดิสนีย์ก็ได้ถอนภาพยนตร์และรายการโชว์ทางทีวีออกจาก library ของ Netflix แล้ว

ดิสนีย์ถือว่าได้เปรียบในธุรกิจสตรีมมิง เพราะคาแรกเตอร์และภาพยนตร์ต่างๆ ของบริษัทได้รับความนิยมอยู่แล้ว แต่การเปิดบริการสตรีมมิงต้องอาศัยผังรายการที่ครอบคลุม เพื่อโน้มน้าวให้ผู้บริโภคจ่ายค่าธรรมเนียมรายเดือน และรายการของฟอกซ์อย่างสารคดี National Geographic ก็คาดว่าจะมีอยู่ในบริการของดิสนีย์ด้วย นอกเหนือจากรายการโชว์ของดิสนีย์เองอย่าง “High School Musical”

การเข้าถือครองสตูดิโอรายการทีวีของ 20th Century Fox เปิดโอกาสให้ดิสนีย์มีผู้ผลิตคอนเทนต์ดังๆ และ library ด้านความบันเทิงมากมายอย่าง The Simpsons,” “The X-Files” และ “Modern Family”