Home ทิศทางเศรษฐกิจ สตาร์ทอัพน่าจับตา ปี 62

สตาร์ทอัพน่าจับตา ปี 62

1011
0
SHARE

สตาร์ทอัพก่อตัวขึ้นมากมายในยุคนี้ โดยเฉพาะในระดับโลก แต่หากมองหาสตาร์ทอัพที่น่าสนใจและอาจเป็นแรงบันดาลใจนั้น นี่อาจเป็นส่วนหนึ่ง เพราะสตาร์ทอัพเหล่านี้ไปได้สวยเมื่อปีที่แล้ว และจะยิ่งประสบความสำเร็จในปีนี้

เริ่มจาก Zapier ซึ่งนับถึงปัจจุบันระดมเงินทุนมาได้ 2.56 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2554 Zapier ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมแอปต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างง่ายดาย พนักงานของสตาร์ทอัพอายุ 6 ปีแห่งนี้ สามารถทำงานในชุดนอนก็ได้ เพราะไม่ต้องเข้าออฟฟิศ

Platform Science เป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่น่าสนใจ เพราะระดมทุนมาได้ 14 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2558 เพื่อติดตั้งคอมพิวเตอร์แบบพิเศษลงในรถบรรทุกหรือรถอะไรก็ได้ที่ใช้งานจำนวนมาก คอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะเต็มไปด้วยแอปทุกชนิด รวมถึงเครื่องมือสื่อสาร แผนที่ ข้อมูลการใช้พลังงาน และการทำงานของคนขับ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพรายนี้คือจอห์น เคนเนดี อดีตผู้บริหารระดับสูงของ Qualcomm

ยังวนเวียนอยู่กับเทคโนโลยี และอยู่ที่ NPM ซึ่งระดมทุนมาได้ 18.6 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2558 NPM บริหารจัดการ Node JS หรือการเขียนโปรแกรมฝั่งเซิร์ฟเวอร์ด้วยภาษา JavaScript และช่วยให้นักพัฒนา JavaScript แบ่งปันโค้ดกันได้

ต่อมาคือ Kolide ซึ่งระดมทุนได้ 9.6 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2559 ให้บริการ cloud service ในการวิเคราะห์เครื่อง Mac และพีซีของบริษัทต่างๆ เพื่อดูว่ามีปัญหาตรงไหน ตั้งแต่เรื่องความปลอดภัยไปจนถึงจุดบกพร่องที่ต้องซ่อม สตาร์ทอัพแห่งนี้ก่อตั้งโดยผู้พัฒนาโพรเจคโอเพนซอร์ส ซึ่งช่วยปกป้องเครื่อง Mac และคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Linux จากการถูกแฮค

ความปลอดภัยเป็นเรื่องใหญ่ในยุคไฮเทค อันทำให้ Snyk เป็นสตาร์ทอัพที่น่าจับตา และระดมทุนมาได้ 32.04 ล้านดอลลาร์หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2558 ในกรุงลอนดอน เพื่อหาและแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

ยุคที่ทุกอย่างอยู่บนมือถือ เอื้อต่อ HeadSpin ซึ่งระดมทุนได้ 31 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2558 เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดานักพัฒนา สามารถทดสอบและแก้ไข bug ของแอปต่างๆ บนมือถือและเว็บไซต์ได้แบบ real-time บนอุปกรณ์จริง

อย่าประหลาดใจที่บริษัทที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 3 ปี สามารถระดมทุนได้หลายสิบล้าน เพราะตลาดด้านนี้กำลังเติบโตเบ่งบาน เนื่องจากบรรดานักพัฒนาแอปบนมือถือต้องการหนทางสักหนึ่งหรือสองหนทาง ในการตรวจสอบว่าแอปที่ตนพัฒนานั้นใช้งานได้ถูกต้องตามต้องการหรือไม่

เทคโนโลยียังไม่หยุดแค่นี้ เพราะยังมี Dialpad ซึ่งระดมทุนมาได้ 120 ล้านดอลลาร์หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2554 ในฐานะสตาร์ทอัพ voice-over-IP (VoIP) หรือโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทางโทรศัพท์ หรือคอลล์เซนเตอร์ ผ่านเบราเซอร์บนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือแอปบนมือถือ

Dialpad ถือเป็นการโทรศัพท์เพื่อธุรกิจผ่านอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ และได้มีการร่วมมือกับแอปยอดนิยมอย่าง Slack ทั้งยังมีแผนเพิ่มฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สตาร์ทอัพนี้เป็นผลงานล่าสุดจากมันสมองของ Craig Walker ซึ่งเคยขายธุรกิจให้ทั้งยาฮูและกูเกิล ทั้งยังพัฒนาสิ่งที่กลายมาเป็น Google Voice

แว่บออกจากแวดวงไฮเทคไป จะพบเจอ Zipline ซึ่งระดมทุนได้ 113.3 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2554 เพื่อใช้โดรนในการจัดส่งยาไปยังชุมชนในชนบทของรวันดาและทั่วโลก แม้อเมซอนริเริ่มไอเดียนำโดรนมาใช้ส่งของเมื่อปี 2556 และกูเกิลก็คิดค้นทำนองเดียวกัน แต่ Zipline พัฒนาระบบจัดส่งด้วยตนเองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และนำแนวคิดนี้มาช่วยชีวิตผู้คน

มาดูธุรกิจโอนเงินกันบ้าง เพราะมีรายของ Flywire ซึ่งระดมทุนได้ 143 ล้านดอลลาร์หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2552 เพื่อทำธุรกิจชำระเงินข้ามประเทศ แม้ไม่ใช่สตาร์ทอัพรายเดียวในตลาดนี้ แต่ปีที่แล้วถือเป็นปีทองของบริษัท เพราะได้เป็นพาร์ทเนอร์กับดอยช์แบงก์เพื่อดูแลการชำระเงินค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาอินเดียในต่างแดน และเมื่อปีที่แล้วคาดว่า Flywire มีรายได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์

ถ้าด้านสิ่งแวดล้อมก็มี Pivot Bio ซึ่งระดมทุนได้ 86 ล้านดอลลาร์หลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2553 และพัฒนาแบคทีเรียที่ดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อนำมาทดแทนการใช้ปุ๋ย สตาร์ทอัพกู้โลกแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Breakthrough Energy Ventures กองทุนที่ก่อตั้งโดยนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง รวมถึงเจฟฟ์ เบซอส บิล เกตส์ และไมเคิล บลูมเบิร์ก

มาถึงรายของสตาร์ทอัพที่ขึ้นแท่น”ยูนิคอร์น”ด้วยมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว อย่าง Celonis ก่อตั้งเมื่อปี 2554 ที่เยอรมนี ในฐานะสตาร์ทอัพบิ๊กดาตาที่ช่วยบริษัทต่างๆ หาว่าจะนำเทคโนโลยีมาใช้ในจุดไหนในยุคของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ลูกค้าของ Celonis รวมถึง Siemens, GM, 3M, Airbus และ Vodafone

ที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสตาร์ทอัพที่น่าจับตาในปีนี้ และจะมีอีกส่วนหนึ่งที่ทยอยนำเสนอ