Home ทิศทางเศรษฐกิจ “เล็กๆไม่ ใหญ่ๆต้องจีน” สร้างสนามบิน”ใหญ่”ที่สุดในโลก

“เล็กๆไม่ ใหญ่ๆต้องจีน” สร้างสนามบิน”ใหญ่”ที่สุดในโลก

1088
0
SHARE

ภายในเวลาเพียงสิบกว่าปี แดนมังกรแปลงโฉมจากประเทศที่คนจำนวนไม่มากนักเคยขึ้นเครื่องบิน มาเป็นประเทศที่ประชากรหลายล้านคนใช้เครื่องบินเป็นว่าเล่น ทั้งสำหรับเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ

กรมการบินพลเรือนของจีน รายงานว่าเมื่อปี 2561 สนามบินต่างๆ ในจีน รองรับผู้โดยสาร 1,264 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10.2% จากปี 2560

สภาพการณ์ดังกล่าว ทำให้ภายใน 3 ปีข้างหน้า จีนจะแซงหน้าสหรัฐขึ้นเป็นตลาดการเดินทางทางอากาศ ใหญ่ที่สุดในโลก

การโหยหาการเดินทางทางอากาศ ดูท่าไม่ลดราวาศอกลงง่ายๆ ในแดนมังกร เพราะรัฐบาลกำลังเดินหน้าสร้างสนามบินในแบบที่แทบไม่เคยเห็นในที่ใดมาก่อน มีการทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างรันเวย์และอาคารที่พักผู้โดยสาร

ปัจจุบัน จีนมีสนามบิน 235 แห่ง แต่หลายแห่งไม่สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น ทางการประเมินว่าต้องมีสนามบินทั่วประเทศ 450 แห่งภายในปี 2578 จึงจะเพียงพอรองรับความต้องการผู้โดยสารที่นักวิเคราะห์การบินทำนายว่าจะมีจำนวนถึง 1 ใน 4 ของโลก

ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์นโยบายและวิจัยการบินในฮ่องกง มองว่านอกจากการเร่งขยายสนามบินจะมีเป้าหมายเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารในอนาคตแล้ว ยังเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกด้วย ซึ่งถือเป็นการมองการณ์ไกลของรัฐบาล

แม้การขยายสนามบินจำนวนมาก เกิดขึ้นตามเมืองที่ชื่ออาจไม่คุ้นหูคนภายนอก แต่การสร้างสนามบินนานาชาติ Daxing ในกรุงปักกิ่ง น่าจะเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน

ว่ากันว่า สนามบินแห่งนี้จะมีอาคารที่พักผู้โดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งยังสามารถรองรับผู้โดยสารปีละมากกว่า 100 ล้านคน

การออกแบบสนามบินแห่งนี้ก็สุดล้ำ โดยรันเวย์ 4 แห่ง และเทอร์มินัล จะมีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 97 สนาม

สนามบินแห่งนี้จะเปิดให้บริการเดือนก.ย.ที่จะถึงนี้ จริงๆ แล้วกรุงปักกิ่งสมควรมีสนามบินแห่งที่ 2 นานแล้ว เพราะรองรับผู้โดยสารมากกว่า 100 ล้านคนเมื่อปี 2561 จนทำให้สนามบินปัจจุบันในเมืองหลวงของจีน ติดอันดับสนามบินที่คับคั่งมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสนามบินนานาชาติ Hartsfield-Jackson Atlanta ของสหรัฐ

เมื่อสนามบินแห่งใหม่เปิดให้บริการปลายปีนี้ สนามบินปัจจุบันจะไม่ปิดให้บริการ และจะรองรับสายการบินอย่าง Air China กับ Hainan Airlines เพื่อช่วยรองรับนักเดินทางทางอากาศที่ไม่มีวี่แววจะลดน้อยลง

แม้จีนมีแผนสร้างสนามบินอีกกว่า 200 แห่ง แต่ยังนับว่าน้อยเมื่อเทียบกับสนามบินในสหรัฐ 5,000 แห่งที่รองรับเมืองและชุมชนใหญ่ๆ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ในนิวยอร์กมีสนามบินนานาชาติ 3 แห่ง ในกรุงลอนดอนมี 5 แห่ง ส่วนปักกิ่งมีแผนจะเปิดแห่งที่ 2 ในปีนี้ ขณะที่นครเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีผู้คนกว่า 20 ล้านคน จะสร้างสนามบินแห่งที่ 3 ส่วนเมืองกว่างโจวที่มีประชากร 17 ล้านคน มีแผนสร้างสนามบินแห่งที่ 2

เฉลี่ยแล้ว ในแต่ละปีมีการเปิดสนามบินใหม่ 8 แห่งในจีน ขณะที่บางแห่งมีการขยายและอัพเกรด

สนามบินแห่งใหม่ที่มีแผนจะสร้างนั้น จะอยู่แถบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจปากแม่น้ำแยงซีเกียง, เขตเศรษฐกิจปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย, กรอบความร่วมมือระหว่างมณฑลกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า (Guangdong – Hong Kong – Macao Greater Bay Area) และแถบเมืองฉงชิ่ง กับเมืองเฉิงตู

จุดเหล่านี้เป็นจุดที่มีประชากรอยู่จำนวนมาก แต่มีสนามบินรองรับไม่กี่แห่ง

นอกจากนั้น ยังมีการสร้างสนามบินใหม่แถบตะวันตกของจีน ซึ่งปัจจุบันมีสนามบินไม่กี่แห่ง โดยเมื่อมีสนามบินใหม่ๆ แล้วจะช่วยการพัฒนาทั้งภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้

ผู้เชี่ยวชาญมองว่ารัฐบาลจีนมียุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางเศรษฐกิจตามพื้นที่ๆ ไม่ค่อยมีการพัฒนานัก อย่างภาคตะวันตกและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อให้พื้นที่เหล่านี้มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่สมดุลมากขึ้นกับมณฑลตามแถบชายฝั่ง

สนามบินที่สร้างใหม่นี้ยังไม่ใช่สนามบินเดี่ยวๆ โดดๆ แต่เชื่อมต่อกับระบบขนส่ง อย่างถนนสายหลักและรถไฟความเร็วสูง อันเป็นสิ่งที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งพยายามส่งเสริม อย่างกรณีของสนามบิน Daxing ซึ่งเชื่อมกับรถไฟที่วิ่งเข้าเมืองในระดับความเร็ว 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง