Home เงินทอง เงินกู้ สถาบันการเงินปรับโมเดลรับ “สังคมสูงวัย” 60-75 ปี กู้ได้!

สถาบันการเงินปรับโมเดลรับ “สังคมสูงวัย” 60-75 ปี กู้ได้!

617
0
SHARE

สถาบันการเงิน ปรับโมเดลธุรกิจรับ ‘สังคมผู้สูงวัย’ อายุ 60-75 ปี ยังมีโอกาสกู้เงินทำธุรกิจได้ ชี้ธุรกิจแฟรนไชส์อาจเป็นทางเลือกลดความเสี่ยง

สัมมนา “อายุเท่าไหร่ก็ออม กู้ ลงทุนได้” ในงาน Money Expo Year-End 2018 โซน Good Living for Aging Society

นายอิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล เปิดเผยว่า สถานการณ์สังคมผู้สูงวัย ปัจจุบันนี้เป็นวาระระดับโลก คาดว่าในปี 2050 จะมีผู้สูงวัย สูงถึง 33% ของประชากรโลก แสดงว่าคน 1,500 ล้านคน จะเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัยแล้ว ส่วนในประเทศไทย ในปี 2017 ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป ก็เกิน 10% ของจำนวนประชากรแล้ว

ซึ่งเชื่อว่าในปี 2021 จะมีสักส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 14% และ 26% ในปี 2025 นั่นแสดงว่าประเทศไทยจะมีผู้สูงวัยถึง 20 ล้านคน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนของประเทศจะถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก จึงต้องมองว่าจะดูแลกลุ่มผู้สูงวัยได้อย่างไร เพราะรัฐบาลต้องเพิ่มงบประมาณรายจ่ายเป็น 2 เท่าจากเดิม ค่าใช้จ่ายในการดูแลก็จะมีมากขึ้นด้วย

แต่ความจริงแล้วผู้สูงวัยกลุ่มนี้ ยังมีกำลังในการทำธุรกิจ มีความต้องการเงินไปค้าขายอยู่ หลายธนาคารก็เริ่มเห็นตรงนี้ เลยมีการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ออกสินเชื่อตรงนี้มากขึ้น อย่างธนาคารออมสินก็มีการออกผลิตภัณฑ์การเงินที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้ เพราะแม้จะเป็นสูงวัยแต่ก็สามารถมีกำลังในการกู้ได้อยู่

ธนาคารออมสินใช้แคมเปญ ‘ธนาคารผู้สูงวัย’ ได้แก่

  1. เงินฝากเผื่อเรียกประชารัฐผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป อัตราดอกเบี้ย 1% จากปกติ 0.50% ต่อปี
  2. สินเชื่อประชารัฐผู้สูงวัย วงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน
  3. สินเชื่อที่อยู่อาสัยสำหรับผู้สูงอายุ นำบ้านมาค้ำประกันสินเชื่อ วงเงิน 70% ของราคาประเมิน

ด้าน นางฉัตร์รวี จิรกุลเธาพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานสายงานสาขานครหลวง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มองว่า สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลถึงการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของกลุ่มธนาคารด้วย กลุ่มธนาคารต้องเริ่มเข้ามาจับตลาดตรงนี้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมผู้สูงวัย แต่การปล่อยกู้จะแตกต่างจากวัยทำงานทั่วไป อาจเป็นการกู้ร่วมกับลูกหลาน

“เพราะอายุเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ภาระค่อนข้างสูง ฉะนั้นก็จะมีผู้กู้ร่วมเข้ามาแบ่งภาระตรงนี้ แต่ยังสามารถกู้เงินไปต่อยอดสร้างโอกาสได้”

อย่างกรณีของ ธอส. ก็มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ เช่น สินเชื่อบุพเพสันนิวาส เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนอายุ 40 ปีขึ้นไปอายุบวกกับระยะเวลาที่ผ่อนชำระ 70 ปี

ส่วน นายพรชัย จิรโสภณ รองผู้อำนวยกานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) หรือ SME bank กล่าวว่า แนวโน้มผู้สูงวัยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เกษียณแล้วไม่ใช่การหยุดทำงาน คนกลุ่มนี้ยังมีไฟและยังมีแรงทำงานอยู่ ซึ่งบางท่านยังทำงาน ทำธุรกิจอยู่แล้วแต่อยากต่อยอดจากเดิม

ฉะนั้นเมื่อวัยเก๋านั้นมีจำนวนมาก ผู้ให้บริการทางการเงิน ก็ต้องสร้างโอกาสตรงนี้ ด้วยระดับของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ก็จะมีการเพิ่มเกณฑ์อายุเพิ่มมากขึ้น ช่วงอายุ 60 ถึง 75 ปี ถือเป็นคนที่มีแรงและยังอยากจะขับเคลื่อนสังคมได้อยู่

ทางเอสเอ็มอีแบงก์ ก็ได้ออกผลิตภัณฑ์ โครงการสินเชื่อสร้างอาชีพวัยเก๋า อายุตั้งแต่ 55-75 ปี เพิ่มอายุให้กู้ได้มากขึ้น, กองทุนเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ ดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี

ถ้าซื้อบ้านต้องดูความสามารถการชำระคืน รายได้เท่านี้ ชำระได้เท่าไหร่ต่อเดือน หลังจากหักค่าใช้จ่าย หลักเกณฑ์การกู้ก็ไม่ต่างกัน จากการศึกษาธุรกิจ เอสเอ็มอี ที่ก่อตั้งขึ้นในช่วง 3 ปีแรก รอดมาได้ไม่ถึง 20% ฉะนั้นหากผู้สูงอายุไม่มีประสบการณ์ทำธุรกิจมาเลย ก็ถือว่ามีความเสี่ยง แต่หากมีประสบการณ์ก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ

“ทางออกอาจจะอยู่ที่ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เขามีพี่เลี้ยงมาให้แล้ว ความเสี่ยงก็จะถูกลดทอนลงไป ตรงนี้จึงอาจเหมาะกับผู้สูงอายุที่ต้องการทำธุรกิจมากกว่า”