Home ลงทุน หุ้น สิงห์เอสเตท เตรียมขาย”IPO ธุรกิจโรงแรม” รองรับการเติบโต

สิงห์เอสเตท เตรียมขาย”IPO ธุรกิจโรงแรม” รองรับการเติบโต

478
0
SHARE

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ประกาศเดินหน้านำบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ยื่นเสนอขายหุ้นสามัญ (IPO) เพื่อขยายกลุ่มธุรกิจโรงแรม มุ่งสู่การเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำในระดับนานาชาติ รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทฯ มีการทำธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน 3 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่พักอาศัย

โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะนำบริษัทฯก้าวสู่การเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” ผ่านกลยุทธ์ การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ในระดีบพรีเมี่ยม, การปรับองค์กรให้มีความคล่องตัว, ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

สำหรับปี 62 ถือเป็นปีที่สำคัญมากสำหรับสิงห์ เอสเตท เนื่องจากเป็นปีที่รับรู้รายได้จากการลงทุน และพัฒนาธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาไว่ว่าจะเป็นธุรกิจที่พักอาศัย ที่จะทยอยโอนกรรมสิทธิ์, อาคารสำนักงาน และธุรกิจโรงแรม ที่ลงทุนและพัฒนาในปีที่ผ่านมาจะรับรู้รายได้เต็มในปี 62

บริษัทฯยังคงขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานในทำเลศักยภาพ การเปิดโครงการครอสโรด์ที่มัลดีฟส์ และที่สำคัญในปี 62 จะเป็นบริษัทที่ก้าวเป็น โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี อย่างสมบูรณ์ หลังจากทยอยนำธุรกิจต่าง ๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

เริ่มจากธุรกิจที่พักอาศัย ที่ได้นำบริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนเมื่อต้นปี 62 บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งกองทรัสต์ SPRIME สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก และครั้งนี้จะเป็นการนำธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โยใช้ชื่อว่า บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

โดยมุ่งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ประทับใจผ่านการบริการที่เป็นเลิศ การให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนธรรมชาติที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัยพ์ครั้งนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับสิงห์ เอสเตท

และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ให้กับ เอส โฮเอล แอนด์ รีสอร์ท เป็นการตอบสนองต่อโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว

สำหรับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของ UNWTO พบว่าปี 61 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงถึง 1.4 พันล้านคน เติบโตจากปี 60 ประมาณ 6% โดยภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรักท่องเที่ยว 343 ล้านคน ในปี 61 เติบโตขึ้นมา 7% จากปี 60

นอกจากนี้ UNTWO ยังคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวโลกจะยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะเอเชียที่ปี 62 คาดว่าจะมีการเติบโต 5-6% ธุรกิจโรงแรมจึงเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในระยะยาวเหมาะที่จะขยายธุรกิจ อีกทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ก็มีความพร้อมทั้งจำนวน 39 แห่ง ทั่วโลก

เมื่อผนวกกับความพร้อมเงินทุนที่จะขยายธุรกิจไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วโลก รวมถึงการบริหารโรงแรมที่มุ่งสร้างการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน การเติบโตของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะสามารถนำพาสิงห์ เอสเตท สู่การเป็นโกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี ได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต

ส่วนนางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก ที่สร้างรายได้แบบต่อเนื่องให้กับสิงห์ เอสเตท โดยปี 61 ธุรกิจโรงแรมสร้างรายได้ร้อยละ 34 ต่อรายได้ทั้งหมดจากจำนวนห้องพักของธุรกิจโรงแรมจำนวน 8 แห่ง

ธุรกิจโรงแรมโดยรวมจากจำนวนห้องพักรวมที่มีอยู่ 4,217 ห้อง จากโรงแรมและรีสอร์ท 37 แห่งทั่วโลก การเข้าตลาดหลักทรัพย์ของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในกลุ่มโรงแรม การลงทุนในโครงการใหม่ทั้งในรูปแบบการซื้อกิจการ และการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่

ด้วยความพร้อมด้านเงินทุน และบุคลากรที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากที่ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เป็นบริษัทจดทะเบียนเต็มตัวแล้ว โดยในการนำเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ บริษัทวางแผนเสนอขายหุ้น IPO เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 40 ของทุนชำระแล้วของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ภายหลังการเพิ่มทุน

ทั้งนี้เอสโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จะยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของสิงห์ เอสเตท เช่นเดิม โดยสิงห์ เอสเตท มีนโยบายจะยังคงสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ใน เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 โดยมีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการจัดจำหน่ายที่จะเปิดเผยต่อไป ซึ่งบริษัทคาดว่จะมีการเสนอขายหุ้น IPO ดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้เอสโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนสำหรับเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ผ่านมา และหากพิจารณาตามกรอบดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จะสามารถเปิดขายหุ้นได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 62

สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดของการเสนอขายหลักทรัพย์จากแบบรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ทาง www.sec.or.th