Home เงินทอง เงินกู้ สินเชื่อแบงก์ขยับเล็กน้อย สะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจเพิ่ม

สินเชื่อแบงก์ขยับเล็กน้อย สะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจเพิ่ม

416
0
SHARE
อสังหาริมทรัพย์

ใครที่ติดตามสัญญาณภาวะเศรษฐกิจของประเทศ มีตัวเลขสำคัญอีกตัว คือ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่มีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ทุกเดือน ซึ่งหากรวบรวมได้ครบถ้วนทุกแห่ง ก็จะรู้ว่าสถานะของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์และบ่งบอกถึงทิศทางเศรษฐกิจของประเทศได้

เพราะหากเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น ภาคธุรกิจก็ขอกู้จากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น และธนาคารพาณิชย์ที่ระมัดระวังเรื่องหนี้เสียอยู่แล้ว หากยอดปล่อยสินเชื่อค่อนข้างดี ก็สะท้อนว่าทิศทางเศรษฐกิจดีขึ้น รวมถึงผลประกอบการของธนาคารพาณิช์ด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือนเมษายน2562 จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือน เม.ย. 2562 แม้เป็นเดือนแรกที่มาตรการคุมสินเชื่อ(LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ของธปท. เริ่มมีผลบังคับใช้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยสินเชื่อสุทธิยังคงขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อีก 2.67 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อสุทธิพลิกเป็นบวกเล็กน้อย 0.12% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2561

สินเชื่อธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ สถานการณ์สินเชื่อในเดือนเม.ย.2562 กลับมาได้รับแรงหนุนเพิ่มขึ้นจากสัญญาณการเบิกใช้สินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนของเงินทุนหมุนเวียน ประกอบกับสินเชื่อรายย่อยบางประเภท มีแรงหนุนจากปัจจัยเชิงฤดูกาล เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ยังคงขยับขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของยอดขายรถยนต์ในประเทศที่มีแรงหนุนจากงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ช่วงปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย มีสัญญาณชะลอลงในเดือนเม.ย. 2562 หลังจากที่ยอดคงค้างสินเชื่อบ้านเพิ่มสูงขึ้นถึงกว่า 5.4 หมื่นล้านบาทโดยเฉลี่ยต่อไตรมาสในช่วงไตรมาสที่ 4/2561-ไตรมาสที่ 1/2562 ที่ผ่านมา ตามการเร่งตัวของกิจกรรมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ก่อนมาตรการ LTV ของธปท. จะเริ่มบังคับใช้

ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอียังเผชิญข้อจำกัดในการฟื้นตัวตามทิศทางเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ภาพรวมสินเชื่อสุทธิ ชะลอการขยายตัวลงมาที่ 4.58%ในเดือนเม.ย. 2562 จาก 4.98%ในเดือนมี.ค. 2562

เงินฝากในเดือน เม.ย. 2562 เร่งขึ้นมากกว่าสินเชื่อ ซึ่งมีผลทำให้ภาพรวมสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ผ่อนคลายโดยสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่รวมเงินกู้ยืม (Loan to Deposit+Borrowing: L/D+BE) ณ เม.ย. 2562 ปรับตัวลงมาที่ 91.59% จากระดับ 29% ในเดือน มี.ค.2562 และ 92.71% ณ สิ้นปี 2561

ทั้งนี้ ยอดคงค้างเงินรับฝากปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 1.39 แสนล้านบาทในเดือน เม.ย. 2562โดยเพิ่มขึ้นทั้งบัญชีกระแสรายวัน ออมทรัพย์ และประจำ จากทั้งบัญชีบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และเงินฝากภาครัฐ

ทั้งนี้ เงินฝากที่เพิ่มขึ้นเกือบทั้งหมดมาจากธนาคารหลักเพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากโอกาสการขยายสินเชื่อ และปัจจัยพิเศษที่ทำให้แต่ละธนาคารมีความเคลื่อนไหวต่อการระดมเงินฝากแตกต่างกัน อาทิ การทำตลาดเงินฝากออนไลน์

การแข่งขันด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยที่เกิดขึ้นในระยะนี้ เพราะขึ้นอยู่กับสัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. และความชัดเจนในการฟื้นตัวของภาพรวมสินเชื่อและเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี

สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไปในเบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประเมินว่า สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศในปีนี้ ยังมีโอกาสขยายตัวใกล้เคียงตัวเลขคาดการณ์ที่ 5.0% แต่จะติดตามปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อแรงส่งการฟื้นตัวของภาพรวมสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ในระยะข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมและกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ตลอดจนการปรับตัวของตลาดสินเชื่อรายย่อย หลังธปท. ยังส่งสัญญาณว่า อาจต้องมีการใช้เครื่องมือที่หลากหลาย (ทั้งดอกเบี้ย มาตรการ Microprudentialและมาตรการ Macroprudential) เพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน โดยเฉพาะรายละเอียดของเกณฑ์ที่เตรียมจะออกมาเพื่อช่วยดูแลความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้มากขึ้น