Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในปี 2562 (ตอนที่ 2)

สิ่งที่จะเปลี่ยนไปในปี 2562 (ตอนที่ 2)

1517
0
SHARE

ใครที่อ่านตอนที่ 1 คงตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงและความสำคัญของการเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ

คราวนี้เรามาดูกันว่าอะไรบ้างที่จะเปลี่ยนไปในปี 2562 ที่มีนัยในเชิงของเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของเราๆ ท่านๆ

เรื่องที่ใหญ่ที่สุด มีผลกระทบมากที่สุดต่อทุกชีวิตบนโลก นั่นคือพฤติกรรมของมนุษย์ที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง

คนที่เพิ่งลืมตาดูโลกนี้ได้ไม่กี่ปีอาจจะไม่รู้ถึงสิ่งที่ทำให้ผู้คนบนโลกเปลี่ยนพฤติกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีแต่ละยุค

ผมเคยอยู่กับปู่ย่าที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งห่างจากกรุงเทพเมืองฟ้าอมรเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่ที่นั่นไม่มีไฟฟ้าใช้ ค่ำมาก็จุดตะเกียง คนวัยหนุ่มสาวก็จะไปรวมกลุ่มทำกิจกรรมกัน เช่น ไปจับกบจับเขียด หรือไปนั่งพลอดรักกันใต้แสงดาวแสงเดือน ส่วนคนที่มีสามีภรรยาแล้ว ก็จะเข้านอนทำกิจกรรมกัน สร้างผลผลิตออกมามากมาย กลายเป็นลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง และลูกๆ หลานๆ ก็รักกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะต้องช่วยกันทำมาหากิน ลงแขกเกี่ยวข้าวด้วยกันเสร็จแล้วก็ล้อมวงกินข้าวและเหล้ายาปลาปิ้งกัน ถึงเวลาไปหาความบันเทิง เช่น ดูคอนเสิร์ต ดูหนังกลางแปลง ก็ไปด้วยกันเป็นคันรถ (อีแต๋น) ไม่มีบ้านไหนมีทีวี ตู้เย็น และไม่มีความบันเทิงในหมู่บ้าน

ต่อมาเมื่อไฟฟ้าเข้าถึง  แต่ละบ้านเริ่มมีทีวี มีช่องทางแสวงหาความบันเทิงของตัวเอง ก็เริ่มปลีกตัวออกจากเพื่อนพ้องน้องพี่ ความสมัครสมานสามัคคีก็เริ่มลดลง กิจกรรมสร้างผลผลิตตัวน้อยในครัวเรือนก็ลดลง เพราะคนนึงเข้านอนแล้วอีกคนยังห่วงดูทีวี มุดเข้ามุ้งไปอีกทีคู่นอนก็หลับไหลไปเสียแล้ว

แค่ทีวีเครื่องเดียวยังทำให้อะไรต่อมิอะไรเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ คงนึกออกใช่ไหมครับว่า เมื่อมีโทรศัพท์บ้าน มีคอมพิวเตอร์ มีอินเทอร์เน็ต มีโทรศัพท์มือถือ มีสมาร์ทโฟน และเทคโนโลยีใหม่ๆ อื่นๆ จะทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดไหน

การเปลี่ยนแปลงจาก 1G เป็น 2G 3G 4G และกำลังจะเป็น 5G ย่อมทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

ผมเชื่อว่า เรื่องการเป็นหนี้เป็นสินที่มากขึ้นของคนทั้งเมือง ปัญหาการปลดคนงานในบางธุรกิจบางอุตสาหกรรม และความซบเซาของการค้าการขายหน้าร้านต่างๆ ทั้งๆ ที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ไม่ได้ติดลบ ล้วนมาจากพัฒนาการของเทคโนโลยีทั้งสิ้นครับ

คนที่ปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเท่านั้นจึงจะก้าวออกมายืนในแถวหน้าของการแข่งขันเชิงธุรกิจได้

เพราะเทคโนโลยีทำให้คนเราใช้ชีวิตอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนได้อย่างสบายๆ อยากกินอาหารร้านไหนก็สั่งผ่านแอพ แป๊บเดียวก็ได้กินแล้ว อยากทำอาหารกินเอง ก็ซื้อวัตถุดิบเก็บไว้ ถ้าอยากทำเมนูใหม่ๆ ก็เข้ายูทูป เข้าเฟสบุ๊ค แล้วทำตาม ก็ได้กินแล้ว อยากจะซื้อสินค้าต่างๆ ก็สั่งออนไลน์ อยากดูหนังใหม่ๆ ก็ดูออนไลน์ ถึงเวลาต้องชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบัตรเครดิต ก็เข้าแอพของธนาคารพาณิชย์ กดๆ แป๊บเดียวก็เรียบร้อย

แบบนี้นี่เล่า บรรดาพ่อค้าแม่ขายสไตล์เดิมๆ ที่ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนจึงต้องบ่นกันขรม

ธุรกิจบริการทุกวันนี้ แทนที่จะต้องพึ่งพาสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบเดิมๆ เขามองว่าลูกค้าทุกคนคือช่องทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจที่รู้ทันเรื่องนี้จึงต้องคิดหาวิธีการที่จะทำให้เกิดการแชร์ การบอกต่อ ไม่ใช่เพียงแค่รู้สึกมั่นใจในคุณภาพการบริการหรือรสชาติอาหารของร้านตนเองแล้วจะอยู่รอด

ในด้านของการลงทุน วิธีคิดเดิมๆ ทฤษฎีการลงทุนเดิมๆ ก็อาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในปี 2562 และสิ่งนี้แหละครับที่จะทำให้ผมสามารถเขียนงานใหม่ๆ ได้อีกนานหลายปี แต่คราวนี้ขอแค่เขียนให้อยากแล้วจากไปก่อนนะครับ

 ขอให้มีความสุขความเจริญ ร่ำรวยเพื่อนฝูงเงินทอง และประสบความสำเร็จในการลงทุนทุกๆ ท่านครับ