Home คอลัมนิสต์ วีระ ธีรภัทร สิ่งที่เราต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามต้องการ

สิ่งที่เราต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามต้องการ

1544
0
SHARE

ผมว่างเว้นจากการเขียนอะไรให้อ่านคุยอะไรให้ฟังในไลน์ @veera2017 ไประยะหนึ่ง ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ

อันนี้เป็นสไตล์การทำงานของผม ซึ่งมี “แหล่ง” จะปล่อยของหลายที่ครับ

ในฐานะคนผลิต “สินค้าและบริการ” รายย่อยรายละเอียดที่เป็นอิสระไม่มีสังกัด ผมก็ต้องพิจารณาดูว่าจะนำสินค้าและบริการแต่ละชิ้นไปตั้งวางที่ไหนให้เหมาะสม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับของคุณภาพสินค้าด้วย ไม่ใช่แค่แหล่งหรือตลาดของผู้บริโภคเท่านั้น

สินค้าในไลน์ @veera ต้องบอกว่าเป็นสินค้าระดับ “พรีเมี่ยม” ครับ ถ้าหากวางขายกันบ่อยเกินไป ลูกค้าจะรู้สึก ว่าไม่พรีเมี่ยม ดาษไป ในเวลาเดียวกัน ถ้าทิ้งช่วงยาวนานเกินไป ปล่อยให้ชั้นวางสินค้าว่างเปล่าก็ไม่ได้เหมือนกัน

แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ผมกลัวว่าคนอ่านคนฟังจะรู้สึกเบื่อ เพราะมันมากเกินกว่าจะเสพได้ทัน ต้องทิ้งช่วงให้มีเวลาเสพ แล้วค่อยๆ ย่อยไปแบบละเลียดสักหน่อยไม่ยังงั้นเสียของครับ

ในช่วงเวลาประมาณเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ ที่ผมหยุดนำของขึ้นมาวางในไลน์ @veera2017 ก็เพื่อให้คุณๆ มีเวลานั่งอ่านนั่งย่อยแบบเคี้ยวเอื้องสักพักใหญ่ ในเวลาเดียวกันผมก็ถือโอกาสเดินสำรวจตรวจดูว่า มีอะไรขาดตกบกพร่องไปบ้าง ดูแล้วก็เห็นว่าเรื่องที่เขียนเอาไว้แบบค้างเติ่งปล่อยให้รอนานมากที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการลงทุน On Investment ครับ ว่ากันไปตั้งเจ็ดตอนต่อเนื่องแล้ว แต่ก็ยังไม่ไปไม่ถึงไหนเลย

จริงๆ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

ตรงกันข้ามผมคิดว่าหลายคนชอบด้วยซ้ำไป เพราะมันเหมือนกับตอกเสาเข็มบดอัดให้ฐานรากแน่นหนา เพราะฉะนั้นจะต่อยอดอะไรขึ้นไปก็ไม่โคลงเคลงแน่นอน

ผมจบตรงที่บอกว่า เมื่อจัดการกับเรื่องออมโดยพิสดารมาตามลำดับแล้ว บัดนี้ก็ถึงเวลาของเรื่องการลงทุนเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

วันนี้เราจะเริ่มกันจากจุดนี้ครับ

ผมต้องบอกก่อนว่าคุณๆ ที่มาอ่านเรื่องนี้ว่า ผมไม่รู้ที่มาที่ไปของแต่ละคน แต่ผมจะใช้สมมติฐานจากข้อมูลที่ผมมีว่าน่าจะเป็นคนอายุล่วงเลยเกินห้าสิบขึ้นไปเสียเป็นส่วนใหญ่ ตามโพรไฟล์ (profile) ฐานข้อมูลที่ผมมีอยู่ในมือขณะนี้

ผมใช้สมมติฐานว่าแต่ละคนมีเงินออมมีเงินเก็บระดับหนึ่ง ความเดือดร้อนจากการทำมาหากินมีไม่มาก ภาระถึงจะมี ก็ต้องบอกว่า ไม่เยอะแล้ว ลูกเต้าอาจจะโตกันหมดหรือทำงานทำการกันแล้ว ส่วนหนึ่งมีการออมแบบบังคับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอยู่แล้ว โดยเฉพาะการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์บ้าง มีเงินออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้าง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการบ้าง มีเงินลงทุนในกองทุนอาร์เอ็มเอฟ (RMF) หรือกองทุนแอลทีเอฟ (LTF) บ้าง ส่วนใหญ่ยังไม่เกษียณอายุจากการงาน แต่มีเป้าหมายต้องการจะมีชีวิตในบั้นปลายตอนเกษียณอายุอย่างมีความสุขตามอัตภาพที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

ถ้าหากคุณเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มที่ผมตั้งเป็นสมมติฐานเอาไว้เช่นนี้ อะไรที่จะคุยเรื่องการลงทุนนับจากนี้ไปจะเป็นประโยชน์หรือตรงกับจริตและความต้องการของคุณอย่างแน่นอน

ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่ายเข้าเกณฑ์โดยตรง ก็ไม่ถือว่าเสียเวลาอะไรไปมาก เป็นการเรียนรู้เพิ่มพูนสติปัญญาในเรื่องนี้ไปทางอ้อมก็แล้วกัน

ผมไม่เชื่ออยู่แล้วจะมีคำแนะนำหรือมีแนวทางอะไรที่ใช้ได้กับทุกคนในเรื่องการลงทุนได้

การปรับและประยุกต์ไปใช้เป็น คือหัวใจสำคัญสำหรับเรื่องนี้ครับ

ในโลกของการลงทุนนั้นเราพูดถึงผลตอบแทน ความเสี่ยง สภาพคล่อง และความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นเป็นหลักการอ้างอิงเป็นสำคัญ ส่วนใครจะพลิกแพลงไปได้มากน้อยแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ

ในระยะหลังผมสังเกตดูพบว่ามีคนมาแนะนำเรื่องการลงทุนในยามเกษียณหรือวัยชรากันมาก หลายคนพูดถึงตัวเลขตัวเงินที่ควรจะมีก่อนจะเกษียณ เพียงแต่ตัวเลขนี้แตกต่างกันไปตามสถานภาพของคนพูด

บางคนบอกว่า 3 บางคนบอกว่า 5 บางคนบอกว่า 10 มีเหมือนกันที่บอกว่า 20 แต่ต้องตามด้วยจำนวน “ล้าน” อย่างแน่นอนครับ

ตัวเลขนี้เป็นทั้งสัญญาณเตือนภัยและเป็นตัวอ้างอิงไปในตัว เพราะมันจะทำให้หลายคนประสาทเสีย แล้วเกิดความปริวิตกขึ้นมาถ้าหากไม่มีหรือมีไม่ถึงอย่างที่เขาว่า

แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็สามารถนำมาใช้อ้างอิงเพื่อดูว่าเราเหลือขาดสักเท่าไร? มีเวลาจะดำเนินการให้เรียบร้อยมากน้อยแค่ไหน

คำถามก็คือในสถานการณ์ปัจจุบัน ในโลกเศรษฐกิจการเงินการลงทุนอย่างที่เป็นอยู่ตรงหน้านี้ อะไรคือสิ่งที่เราจะต้องไปพัวพันเพื่อการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการกันบ้าง

ผมบอกตามตรงว่าดูไปดูมา ถ้าหากว่ากันถึงเรื่องผลตอบแทนและความเสี่ยงรวมตลอดไปถึงเรื่องสภาพคล่องแล้ว

ผมคิดว่ากินเรื่องการลงทุนกับ “หุ้น” ไม่ได้เลยครับ

อันนี้ไม่ใช่ผมคนเดียวที่ว่าอย่างนั้น คนเก่งๆ จำนวนมากที่พยายามขบคิดเรื่องนี้ก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน ที่สำคัญเรายังได้เห็นตัวอย่างของคนจำนวนน้อยจำนวนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันให้เราดูด้วย ไม่ใช่เฉพาะในบ้านเรา ในต่างประเทศก็เป็นเช่นนั้น

เพื่อโฟกัสให้ตรงจุด ผมคิดว่าผมจะคุยเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นประเดิมก็แล้วกัน ไม่ต้องไปตลาดหุ้นที่ไหนหรอกครับ เอาตลาดหุ้นไทยนี่แหละครับ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2518 นับถึงวันนี้ก็เกินสี่สิบปีแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรมีสถิติข้อมูลอ้างอิงให้เทียบเคียงไม่น้อย มีความสำเร็จความล้มเหลวให้ดูเป็นตัวอย่างให้ศึกษาเป็นบทเรียนมากพอสมควร

ผมจะคุยเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นไทยไปตามลำดับ จากง่ายไปยาก จากน้อยไปมาก

เริ่มตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไปก็แล้วกันครับ

————————–

เกี่ยวกับผู้เขียน

‘วีระ ธีรภัทร’ นักจัดรายการวิทยุฝีปากกล้า ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการขนานนามว่า ‘King of Wave’ ด้วยสไตล์การจัดรายการที่โดดเด่น ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นอกจากจะมีประสบการณ์ในการจัดรายการวิทยุ-โทรทัศน์มาอย่างยาวนานแล้ว ‘วีระ’ ยังผลิตงานเขียนออกมามากมายตลอดระยะเวลา 40 ปีในแวดวงสื่อสารมวลชน จนเมื่ออายุเข้าวัยเกษียณ เขาประกาศ ‘ลดงาน’ ทุกประเภทลง แต่เขายอมที่จะกลับมาลงมือเขียนเล่าประสบการณ์ชีวิต การทำงานและการใช้เงิน ในสไตล์ ‘วีระ’ นั่นคือ “งานก็ได้ผล เงินก็ได้ผลาญ” อีกครั้งใน Money2Know