Home กองทุน ลงทุนถูกหลัก “5 ขั้นตอน สร้างความมั่นใจ”

ลงทุนถูกหลัก “5 ขั้นตอน สร้างความมั่นใจ”

389
0
SHARE
เริ่มต้นลงทุนอย่างไร ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ท่ามกลางผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมาย ผู้เชี่ยวชาญแนะต้องมีขั้นตอน หลังพบคนส่วนมากสับสน “ลงทุน-เก็งกำไร”

ในหัวข้อสัมนา 5 Steps to Invest ภายในงาน FinTech Challenge 2018 : The Discovery ณ โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ วัน ที่ปรึกษาการลงทุนแนะนำหลักการพื้นฐานลงทุนอย่างไรให้ถูกหลัก พบคนไทยส่วนมากไม่มีความเข้าใจ

นายวีรวัฒน์ คิรินทร์รัตนะ รองประธานบริหารฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประชาชนคนไทยของเรามีสัดส่วนการลงทุนที่น้อย  ส่วนใหญ่ไว้ในบัญชีเงินฝาก การจะไปลงทุนก็ยังไม่มีความเข้าใจมากนัก จำนวนประมาณกรกว่า 67 ล้านคน แต่มีบัญชีกองทุนเพียงแค่ 3 ล้านคนเท่านั้น

เหตุผลหลักๆมาจากความไม่มั่นใจ ไม่เข้าใจในการลงทุน ฉะนั้นโครงการ 5 ขั้นมั่นใจลงทุนน่าจะเป็นการไปสร้างพื้นฐานแนวทางที่สำคัญ ให้คนไทยสนใจเพิ่มการลงทุนเพิ่มขึ้น

โดย 5 ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย…

  1. กำหนดระดับความเสี่ยงที่รับได้ และผลคาดหวัง : เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญไปสู่ขั้นตอนที่สอง เพราะเราจะได้รู้ความเสี่ยงของตนเองก่อน แล้วนำไปเลือกจัดพอร์ตได้อย่างเหมาะสม
  2. การจัดพอร์ตลงทุน : หากมีความต้องการผลตอบแทนสูง พร้อมกับรับความเสี่ยงได้มาก ก็จะไปเลือกลงในสินทรัพย์ที่มีความสามารถทำกำไรสูงขึ้นได้(มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน) แต่หากเพียงต้องการเงินเข้ามาสม่ำเสมอ ก็อาจจะเลือกสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงแบบเสถียรมากขึ้น
  3. เลือกแต่ละสินทรัพย์ : กองทุนไหน ระดับเป็นอย่างไร ตอนนี้จะเจาะจงมากขึ้น เช่นกองทุนหุ้น จะเป็นกองทุนไหน ลงทุนหุ้นอะไร ของ บลจ.ใด มีผลตอบแทนย้อนหลังตามที่เราคาดหวังหรือไม่
  4. การติดตามผลงานของพอร์ต : เพราะสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วโลกอาจกระทบผลของพอร์ตของท่านได้ เช่น ปธน.ทรัมป์เคยประกาศสงครามการค้า แต่วันนี้บอกว่าการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดีแล้ว สินทรัพย์ก็ย่อมมีความผันผวน การติดตามจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  5. รายงานผลการดำเนินงานของพอร์ต : ผลงานของพอร์ตควรมีการติดตามอย่างสม่ำเสมอ ต้องมีความถี่เพื่อให้ข้อมูลได้มีการอัพเดท

ทาง SCB ก็ได้มีศูนย์ Investment Center โดยเจตนารมณ์ ศูนย์รวม Wealth Management ครบวงจร มีที่ปรึกษาเรื่องการลงทุน การอบรม การปูพื้นฐานให้แก่ท่าน โดยมีข้อจำกัดว่าต้องมีสินทรัพย์ขั้นต่ำกับไทยพาณิชย์ 2 ล้านบาทขึ้นไป(ระดับ Prime)

การลงทุนทำได้ง่ายแล้ว แค่เก็บออมแล้วเลือกการลงทุนที่ตนเองอยากจะได้

ด้านนายวศิน วณิชย์วรนันต์ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน(AIMC) เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาการลงทุนกับกองทุนรวมที่พบบ่อยๆ มี 3 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1.กระบวนการ คำแนะนำจากคนจะค่อนข้างมีปัญหาด้านเวลา ด้านคำแนะนำ เช่น เวลาซื้อกองทุนคนเข้าแถวยาวมาก แต่เราต้องการข้อมูลรายละเอียด คนซื้อ คนขายก็รู้สึกกดดัน

2.โอกาสเข้าถึงการลงทุน เพราะลูกค้าหลายคนยังไม่มีโอกาสในการเข้าถึงการลงทุน และ

3.มีการลงทุนที่ไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่ในการไปให้ความรู้ด้านการลงทุน จะพบคำถามมา 3 คำถามด้วยกันคือ ซื้อกองทุนอะไร? ซื้อเมื่อใด? ขายตอนไหน?

ทำอย่างไรให้คนเข้าใจมีความรู้การลงทุนติดตัว สร้างความมั่นใจให้เขาไปลงทุกเองได้ รวมถึงมีระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมคือ 3-5 ปีขึ้นไป ทำอย่างไรให้การลงทุนของเขาปลอดภัยและหลากหลาย มีการลงทุนที่กระจายตัวแต่ยังสร้างได้ผลตอบแทนได้ดี แอปพลิเคชั่นจึงทำหน้าที่เหมือนเป็นโค้ชให้ หลักการเป็นเหมือนที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัว เป็นเหมือนโปรดักซสำเร็จรูป

จุดสำคัญของการลงทุนคือ พฤติกรรมการออมทุกครั้งเท่าที่จะทำได้ ข้อนี้ใช้ได้ทุกครั้ง เพราะทุกข้อจะก้าวไม่ผ่านเลยคือถ้าไม่มีเงินออม จากนั้นหากออมได้ 15% ขึ้นไปของรายได้เป็นประจำก็ควรเข้าสู่ลงทุนเพื่อขยายผลตอบแทนเพิ่ม เนื่องจากการลงทุนในอนาคตนั่นก็จะสร้างผลตอบแทนได้ยากมากขึ้น

การลงทุนไม่เหมือนกับการเก็งกำไร ถ้าซื้อแล้วหวังราคาขึ้นขายพรุ่งนี้ นั่นไม่ใช่การลงทุน เราต้องรู้ว่าลงทุนอะไร ได้ผลตอบแทนที่ควรจะเป็น ระยะเวลาที่ควรจะเป็นจากอะไร นั่นเป็นเหตุผลของการลงทุน

บลจ.กสิกรไทย จึงจัดเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม ในรูปแบบแอปพลิเคชันการลงทุนให้เข้าไปศึกษา ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะลูกค้าหลายๆคนไม่มีโอกาสเข้าถึงการลงทุน ในเมื่อตัวเลือกการลงทุนมันง่ายแล้ว เราแค่ออมและนำไปลงทุนในแพลตฟอร์มที่ตนเองเข้าใจ โดยเริ่มได้จากเงินเพียง 500 บาทเท่านั้น

ต้องเข้าให้ถึงกลุ่มเป้าหมายทุกช่องทาง เปิดบัญชีต้องรองรับได้รวดเร็ว

นายเจษฎา สุขทิศ นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Finomena เปิดเผยว่า จุดที่น่าสนใจมากๆคือ ขั้นที่ 1.รู้ว่าตัวเองอยากลงทุน รู้ว่าตัวเองสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ก่อนหน้านี้คนไทยในวงกว้างไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จักว่าต้องลงทุน เพราะฉะนั้นก็เข้าสู่ขั้นที่

2.การจัดพอร์ต เพื่อพร้อมที่จะลงทุน เนื่องจากแต่ละขั้นต้องผ่านการให้ความรู้มาเยอะมากๆ จนไปถึงขั้นที่

3.เปิดพอร์ตลงทุน เนื่องจากคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาเงินที่เก็บมาจากการทำสวนทำไร่ 5,000-10,000 บาทแรก โยกจากบัญชีเงินฝากไปลงทุน เพราะเขาเก็บเกี่ยวมาทั้งฤดูกาล แล้วเขาคุ้นเคยกับแค่การไปซื้อสลาก นำเงินไปฝากธนาคาร

โครงการ “wealth advice for all” ผู้ให้บริการออกแบบการลงทุนเกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก ถ้าเป็นก่อนหน้านี้อยากลงกองทุนต้องไปที่ธนาคาร ส่วนมากสาขาของธนาคารก็ไปไม่ถึงที่ห่างไกล พอจะลงทุนในหุ้นก็ยังยากทั้งการสมัคร การต่องมาดูข่าวสารตามทีวีช่องต่างๆ ตัวเลขผู้ใช้งานก็จึงไม่มากนัก แต่วันนี้สามารถทำได้ง่ายขึ้น

ในวันนี้ทางฟีโนมีน่าจึงใช้ทุกแพลตฟอร์มให้เข้าถึงผู้คน ก็จะให้ความรู้ที่สัมผัสจิตใจของเขา เช่น รู้หรือไม่ว่าเลี้ยงลูกจนจบปริญญาโทต้องใช้เงินเท่าไหร่? ถูกสุดต้องใช้ 2 ล้านบาท แต่ถ้าลงทุนเป็นใช้เงินคุณไม่ถึง 1 ล้านบาท พอเขารู้ข้อมูลพวกนี้แล้วไปตรงกับใจ เขาก็จะเริ่มหาวิธีต่อไปว่าจะลงทุนอย่างไรดีในข้อที่ 2 ถ้าดึงมาได้มากพอเขาก็จึงเริ่มลงทุน เป็นสิ่งที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และจำนวนผู้ลงทุนจะเติบโตมากกว่าที่เคย เพราะช่องทางเข้าถึงข้อมูลของคนเปลี่ยนไปแล้ว

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ การจะเปิดบัญชีและลงทุน ภายในปัหน้าจะเกิดปรากฎการณ์ของการเปิดบัญชีเปลี่ยนไปด้วยความร่วมมือของผู้ควบคุมกับภาคเอกชนต่างๆ จากเดิมที่การเปิดบัญชี ต้องรอตัดบัญชีอัตโนมัติ (ATS : Automatic Transfer System) ต้องรอ 3 สัปดาห์ จะกลายเป็น เปิดบัญชี กรอกข้อมูลเสร็จ ไม่ต้องปรินท์เอกสารออกมาเซ็น ตัด ATS ได้เดี๋ยวนั้น ภายใน 20 นาทีสามารถลงทุนได้ทุก บลจ. การลงมือลงทุนทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับแน้วโน้มในอนาคตนั้น จะเป็นไฮบริด คือส่วนผสมระหว่างคนกับเทคโนโลยีมารวมกัน การเติบโตของส่วนใดส่วนหนึ่งจะไม่โตมากนัก ทุกวันนี้ บริษัทที่ปรึกษาที่เป็นหุ้นยนต์ก็จ้างคนเข้าไปเต็มเลย ขณะที่ Private Banker ก็เสริมเทคโนโลยีเข้ามาจำนวนมาก

ถ้าการลงทุนแล้วเกิดการขาดทุนแล้ว แต่ที่ปรึกษาไม่หนีไม่หายไปไหน เราไม่ทิ้งเขา ดูแลนักลงทุนอย่างใจใส่จริงๆ หลังจากทำมาก็เห็นได้ว่านักลงทุนเขาก็เข้าใจ ไม่ได้โทษที่ปรึกษาการลงทุนอย่างเดียว