Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล แผนลึกของทรัมป์สกัดหัวเหว่ย หวังดึงเม็ดเงินกลับสหรัฐ

แผนลึกของทรัมป์สกัดหัวเหว่ย หวังดึงเม็ดเงินกลับสหรัฐ

1403
0
SHARE
หัวเหว่ย

สื่อสหรัฐชี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดหนักราวกับถล่มระเบิดนิวเคลียร์ใส่หัวเว่ย สกัดเครือข่ายรระบบ 5G ของจีนผงาดตลาดสื่อสารทั่วโลก

หลังจากเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติเพื่อห้ามบริษัทที่ให้บริการทางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐ ขายอุปกรณ์การใช้เทคโนโลยีและบริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมที่ส่งเสริมเครือข่าย  5G  โดยกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นการพุ่งเป้าไปที่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี ของจีน

ขณะที่หัวเว่ย เทคโนโลยี ได้แถลงตอบโต้ในวันถัดมาว่าการที่สหรัฐออกมาตรการควบคุมหัวเว่ยในการทำธุรกิจในสหรัฐนั้น ไม่ได้ทำให้สหรัฐมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่กลับจะเสียหายต่อผลประโยชน์ของกิจการโทรคมนาคม และผู้บริโภคของสหรัฐเอง

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐดำเนินการต่อเนื่องในประเด็นกฏหมายทางการค้า ซึ่งมีการะบุว่า สหรัฐได้นำชื่อบริษัทหัวเว่ย และธุรกิจในเครือ 70 บริษัท เข้าอยู่ใน Entity List ซึ่งถือเป็นบัญชีรายชื่อของบริษัทเทเลคอมที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้บริษัททางด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของสหรัฐ เข้าไปซื้อขายอุปกรณ์ต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ 

ด้วยมาตรการทางกฎหมายการค้าดังกล่าว ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจที่เติบโตกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จาก Silicon Valley กำลังกังวลต่อผลประโยชน์ที่อาจจะต้องสูญเสียไปจำนวนมหาศาลจากการต่อต้านหัวเว่ยในครั้งนี้ ซึ่งทำให้การส่งออกของสหรัฐไปอยู่ในวงจำกัดอย่างเข้มงวด

ภายใต้การดำเนินการดังกล่าวจะสร้างความยากลำบากให้กับหัวเว่ยในการขายผลิตภัณฑ์ เนื่องจากหัวเว่ย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่สุดของโลก ต้องพึ่งพาซับพลายเออร์ในสหรัฐ 

ส่วนบริษัทจะคาดว่า จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงนั้น ประกอบด้วย Qualcomm, Broadcom, Intel และ Oracle ในฐานะที่เป็นบริษัทซับพลายเออร์ของสหรัฐ ได้ผลประโยชน์จากการขายอุปกรณ์การสื่อสารที่กำลังเปลี่ยนจากสมาร์ทโฟนเป็นระบบ 5G ให้กับหัวเว่ยในแต่ละปีนั้น คืดเป็นรายได้ถึง 70,000 ล้านดอลลาร์

เนื่องจากที่ผ่านมากการขยายเครือข่าย 5G ของหัวเว่ย ได้ใช้เงินเพื่อการสร้างระบบสื่อสารดังกล่าวสูงถึง 275,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจะผงาดเป็นเบอร์ 1 ในตลาดสื่อสารและโทรคมนาคมทั่วโลก  

อย่างไรก็ตาม คำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์ยังต้องการให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ โดยวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ได้ใช้ความพยายามของสหรัฐในการล็อบบี้ประเทศต่างๆ ให้หันหลังให้หัวเว่ย เพื่อให้ออกเป็นกฎหมายการค้า ซึ่งมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลวในช่วงที่ผ่านมา

โดนเฉพาะบางประเทศในยุโรปที่แสดงความไม่เห็นด้วยที่มีการระบุว่า ระบบ 5G เป็นระบบสื่อสารที่มีความเร็วจนถึงขั้นโจรกรรมข้อมูลและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น เยอรมนีและอังกฤษ 

เพราะแม้แต่อังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐ ก็ยังมีการถกเถียงกันอย่างหนักหน่วงว่าจะเดินตามนโยบายของสหรัฐครั้งนี้ หรือจะเปิดโอกาสให้กับหัวเว่ยได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ก่อนจะนำมาใช้เพื่อการช่วยพัฒนาศักยภาพระบบ 5G ของอังกฤษ

ในวันนี้ เครือข่าย 5G ของหัวเว่ย ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทายต่อธุรกิจโทรคมนาคมและสื่อสารของสหรัฐเท่านั้น จึงได้มีความพยายามในการสกัดกั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นความหวังของผู้นำสหรัฐที่ต้องการดึงเม็ดเงินจำนวนมหาศาลของสหรัฐที่อยู่นอกประเทศ โดยที่สามารถทำรายได้สูงถึงปีละ 400,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากจีนนั้นกลับเข้าสู่สหรัฐในท้ายที่สุดด้วย