Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง หุ้นดีไม่ได้มีแค่ตัวเดียว

หุ้นดีไม่ได้มีแค่ตัวเดียว

1195
0
SHARE
ปิยมิตร ยอดเมือง

คำว่า “หุ้นดี” ในนิยามของผมคือ ธุรกิจดี โดยดูตั้งแต่โมเดลธุรกิจ ว่าธุรกิจนั้นมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนหรือเปล่า

ประการต่อมาคือ ธุรกิจนั้นมีภูมิต้านทานการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคืออะไรก็ตามที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคหรือพฤติกรรมของลูกค้า เช่น เทคโนโลยีเปลี่ยน ภูมิประเทศเปลี่ยน ระบบขนส่งเปลี่ยน ภูมิอากาศเปลี่ยน ค่าจ้างแรงงานเปลี่ยน และ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของรัฐหรือนโยบายรัฐ เป็นต้น

ธุรกิจหลายอย่างที่แม้จะมีโมเดลธุรกิจที่ดี แต่เมื่อปัจจัยบางอย่างเปลี่ยน ธุรกิจนั้นก็ไปไม่รอด เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ต้องล้มหายตายจากเพราะมีสื่อดิจิทัลเข้ามาแทนที่  

สิ่งที่ผมดูเป็นลำดับถัดมาคือ ฝีมือการบริหารจัดการ เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อบางธุรกิจนั้น ไม่ใช่ปัจจัยเชิงโครงสร้างใหญ่ หรือเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เป็นปัจจัยที่สามารถคาดการณ์ได้ ดังนั้น บางบริษัทในธุรกิจนั้นจึงสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ แต่บางบริษัทก็ไม่รอด เช่น ธุรกิจสายการบิน ซึ่งในเชิงของโมเดลธุรกิจแล้ว แม้จะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง แต่การเข้าสู่ธุรกิจนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องมีความพร้อมในหลายด้าน และการเดินทางโดยเครื่องบินก็ยังมีความต้องการอยู่มาก เราจึงเห็นได้ว่า สายการบินบางบริษัทมีรายได้และกำไรที่ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ในบางไตรมาสที่ต้นทุนราคาน้ำมันสูง บางบริษัทก็สามารถทำกำไรได้ ในขณะที่บางบริษัทขาดทุนบักโกรก นั่นเป็นเพราะฝีมือการบริหารจัดการต่างกัน

เมื่อเราเจอธุรกิจที่ผ่านการสแกนว่าเป็นหุ้นดีแล้ว จะเป็นหุ้นที่น่าลงทุนหรือไม่นั้นต้องดูที่ “ราคาหุ้น”  เพราะแม้จะเป็นหุ้นดี แต่หากราคาแพงหูฉี่ โอกาสที่จะได้กำไรจากหุ้นนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก

ขอย้ำว่า กลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในการลงทุนหุ้นคือ “ซื้อถูก-ขายแพง” และเนื่องจากหุ้นดีนั้นมีทั้งถูกและแพง จึงเป็นที่มาของหัวเรื่องที่ว่า “หุ้นดีไม่ได้มีแค่ตัวเดียว”

การลงทุนในหุ้นแบบมืออาชีพ  เราจำเป็นต้องหาหุ้นดีสำรองไว้หลายๆ ตัวครับ แล้วค่อยมาดูว่าราคาที่น่าซื้ออยู่ที่ตรงไหน หากเราเลือกหุ้นดีไว้ตัวเดียว แล้วปรากฎว่าราคาตลาด ณ ขณะนั้นสูงมาก ไม่ใช่ราคาที่น่าซื้อ เราก็อาจจะต้องรออีกนานมาก กว่าราคาจะลงมาให้เราซื้อ แต่หากเรามีหุ้นดีตัวอื่นๆ ด้วย โอกาสที่จะทำเงินให้งอกเงยจากการลงทุนก็จะมีมากขึ้น

เมื่อในจังหวะซื้อ เราตั้งราคาที่อยากซื้อไว้ในใจ จังหวะขายเราก็ต้องมีราคาขายในใจเช่นเดียวกัน มิเช่นนั้นพอหุ้นดีที่เราซื้อไว้ราคาขึ้นมานิดหน่อย อารามดีอกดีใจอาจจะทำให้เราขายหุ้นนั้นออกเร็วเกินไปกลายเป็น“ขายหมู” ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดความเสียดายแล้ว ยังจะทำให้เราต้องทำงานหนักมากขึ้นในการหาหุ้นดีสำรองไว้จำนวนมากเพราะต้องเปลี่ยนหุ้นลงทุนบ่อยๆ

สรุปครับ…เลือกลงทุนหุ้นที่มีโมเดลธุรกิจที่ดี มีภูมิต้านทานการเปลี่ยนแปลงได้ดี ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และมีฝีมือดี ส่วนจะลงทุนหุ้นนั้นหรือไม่ ต้องดูที่ราคาหุ้นครับ

เมื่อไรก็ตามที่เงินของเราถูกจัดสรรไปในหุ้นดีและมีราคาถูก ก็จะสร้างความอุ่นใจให้เราได้ ไม่ต้องกระสับกระส่ายกินไม่ได้นอนไม่หลับ

เพราะหากไม่ได้เกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่จริงๆ กลยุทธ์นี้มีโอกาสทำกำไรมากกว่าขาดทุนแน่นอนครับ…ฟันธง