Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง หุ้นมีชีวิต รู้พินิจพิชิตได้

หุ้นมีชีวิต รู้พินิจพิชิตได้

953
0
SHARE

หุ้น ที่เป็นคำเรียกสั้นๆ ของ “หุ้นสามัญ” คือ ตราสารที่แสดงความเป็นเจ้าของกิจการ

กิจการหรือธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องมี “การบริหารจัดการ” ซึ่งแน่นอนครับต้องมี “คน” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย…ไม่ว่าเราจะใช้เทคโนโลยี อุปกรณ์ไอที สมองกล หุ่นยนต์ หรืออะไรก็ตาม  แต่ถึงอย่างไรก็ต้องใช้ “คน” ในการกำกับดูแล

และ “คน” นี่แหละครับ ที่ทำให้บริษัท ห้างร้าน องค์กร กิจการต่างๆ “มีชีวิต” โดยมีวงจรชีวิตพื้นฐานคือ เกิด แก่ เจ็บ และตาย

เกิด…คือการก่อกำเนิดของธุรกิจนั้นๆ

แก่…หมายถึงอายุของกิจการที่มากขึ้นเรื่อยๆ

เจ็บ…สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละองค์กร

ตาย…คือจุดสิ้นสุดของกิจการนั้น

ไม่ใช่แค่นั้นครับ ในระหว่างทางจากเกิดไปถึงตาย ยังมีคำว่า เติบโต’ ‘แข็งแรง และ อ่อนแอ อีกด้วย

หากเรานำคำเหล่านี้มาวิเคราะห์กิจการในตลาดหุ้น โดยใช้หลักการเดียวกันคือ “หุ้นมีชีวิต” ก็จะทำให้เราสามารถคัดเลือกกิจการที่ดี ที่มีความเสี่ยงต่ำได้ครับ

ปกติแล้วกิจการที่เข้าจดทะเบียนและมีหุ้นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเวลาผ่านไป อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะทางบวกหรือทางลบ

ทางบวกก็คือ การเติบโตขึ้น ขยายธุรกิจมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น กำไรมากขึ้น ส่วนทางลบก็คือ  ความอ่อนแอ เจ็บไข้ได้ป่วย ทรุดโทรม ไปจนถึง…ตาย

นักลงทุนควรวิเคราะห์อาการของหุ้นที่เราจะลงทุนให้ออก ว่ากิจการนั้นยังแข็งแรงดีหรือไม่ โดยดูง่ายๆ จากกำไรสุทธิของบริษัท หากยังคงมีกำไรเติบโตดี แสดงว่ายังไม่น่าเป็นห่วง แต่ถ้ากำไรลดลงมากผิดปกติหรือขาดทุน  นั่นคือการส่ออาการเจ็บป่วย ต้องได้รับการเยียวยา ซึ่งก็ต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าสามารถจะรักษาได้หรือไม่

กิจการที่เจ็บป่วยและยังมองไม่เห็นหนทางรักษา เราก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะนั่นคือกิจการที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ แต่ถ้าเป็นอาการป่วยชั่วคราว และอาการป่วยนั้นทำให้ราคาหุ้นลดลงต่ำมาก ก็อาจเป็นจังหวะของการเข้าเก็บสะสมหุ้น เพื่อรอเวลาที่หุ้นตัวนั้นจะได้รับการเยียวยาให้กลับมาแข็งแกร่งขึ้น

หุ้นบางตัวหลังจากที่ตายจากธุรกิจเดิมแล้วหาธุรกิจอื่นมาสวมแทน เราก็ต้องดูว่าธุรกิจใหม่นั้นอยู่ในวงจรของการ “เกิด” หรือ “เติบโต” เพราะหากเพิ่งเกิด มักจะยังไม่แข็งแรง ต้องรอดูผลการดำเนินงานอีกสักระยะหนึ่งก่อนจึงจะมั่นใจได้ คนที่ลงทุนในตลาดหุ้นมาระยะหนึ่งคงจำหุ้นบางตัวที่เปลี่ยนผู้ถือหุ้น เปลี่ยนธุรกิจ สร้างสตอรี่เพื่อผลักดันราคาหุ้นในระยะสั้นๆ แล้วก็ลากบรรดานักลงทุนรายย่อยขึ้นไปติดดอย หาทางลงไม่ได้ เพราะธุรกิจใหม่ที่คุยโม้โอ้อวดว่าจะเติบโตในอัตราที่สูงลิบลิ่วนั้น ความจริงเป็นแค่เพียงจินตนาการที่ไม่ได้รองรับด้วยกลยุทธ์การบริหารงานที่มุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริง

ลองนำแนวทางนี้ไปใช้ดูนะครับ เราจะได้พบคำตอบที่ทำให้เราตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น บางกิจการอาจจะอยู่ในภาวะ “ไม่ตายแต่ไม่โต” บางกิจการอยู่ในวัย “กำลังโต” บางกิจการก็ป่วยออดๆ แอดๆ อยู่ระหว่างการรักษาเยียวยา

เมื่อเช็คสภาพกิจการแล้ว อย่าลืมพิจารณาราคาหุ้นด้วยนะครับว่ามีความสอดคล้องต้องกันหรือไม่ เพราะราคาหุ้นเองก็มีวงจรชีวิตเช่นกัน คือ ขึ้น ลง หรือทรงตัว

หุ้นที่น่าลงทุนที่สุดก็คือหุ้นที่มีราคาย้อนแย้งกับความแข็งแกร่งของกิจการ…ถ้าเราค้นพบกิจการที่กำลังเติบโต แต่ราคาหุ้นกำลังไหลลง…นั่นคือโอกาสอันงดงามครับ