Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง หุ้นร้อน

หุ้นร้อน

1551
0
SHARE
ปิยมิตร ยอดเมือง

ประเทศไทยในเดือนเมษายน แม้ว่ากระบวนการทางประชาธิปไตยที่มีการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะผ่านไปแล้ว แต่การเมืองก็ดูจะยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไรนัก ยังคงมีอุณหภูมิร้อนระอุครุกรุ่นอยู่ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

วันนี้ผมจึงขอชวนคุณผู้อ่านคุยเรื่อง “ของร้อน” รับกับฤดูร้อน

กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เป็นคำแนะนำทั่วไปเพื่อให้ห่างไกลจากเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายๆ ในระยะนี้ นั่นหมายความว่า “อาหารร้อน” เป็นสิ่งดี แต่มีข้อสังเกตอยู่บางประการ คือ

หนึ่ง เราไม่สามารถจะกินอาหารที่ร้อนจัดๆ ได้ เพราะจะทำให้ปากพอง ลิ้นพอง และส่งผลต่อการรับรู้รสชาติอาหารในคำต่อๆ ไป

สอง หากอาหารนั้นไม่ได้อยู่ในหม้อไฟ หรือทำให้ร้อนอยู่ตลอดเวลา เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง อาหารนั้นก็จะไม่ร้อน กลับเข้าสู่อุณหภูมิปกติ ซึ่งอาหารบางประเภทก็จะเสียรสชาติไปหรือกลายเป็นไขที่ต้องนำไปทำให้ร้อนอีกครั้งจึงจะทานได้

“ของร้อน” ถ้าพูดลอยๆ โดยไม่มีบริบทอื่นรองรับ เราก็มักจะนึกถึงสิ่งผิดกฎหมาย หรือได้มาโดยไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม จึงไม่สามารถเก็บไว้กับตัวได้นาน ต้องรีบปล่อยออกไปก่อนที่ภัยจะถึงตัว

“เผือกร้อน” จะใช้เปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่มีใครอยากได้ เพราะจะก่อพิษภัยให้กับตัวคนที่ครอบครองเช่นกัน ดังนั้น จึงมักจะมีการโยน “เผือกร้อน” ให้พ้นตัว

ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เพราะความร้อนสูงๆ ทำให้เหล็กที่แข็งๆ นั้นหลอมละลาย อ่อนลง และเปลี่ยนรูปร่างได้

มาถึง “หุ้นร้อน” ซึ่งหมายถึงหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายมากมายผิดปกติ (เมื่อเทียบกับหุ้นนั้นเองและเทียบกับตลาดโดยรวม) และมักจะมีราคาหุ้นเคลื่อนไหวหวือหวาผิดปกติด้วย

หากนำเรื่องราวร้อนๆ ที่ผมเขียนถึงข้างต้นมาจับกับหุ้นร้อนก็จะได้แนวคิดว่า

หนึ่งการเล่นหุ้นร้อนโดยไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีเพียงพอ จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งกับผู้เล่น เช่น หากทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดไปกับหุ้นร้อนก็อาจทำให้พอร์ตลงทุนของนักลงทุนคนนั้นถึงขั้นพังทลายเสียหายจนไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้

สองเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง หุ้นร้อนที่ไม่มีเจ้ามือซื้อขายสร้างราคาและสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง ก็จะหายร้อน และราคาที่ร้อนแรงเกินไปก็จะกลับมายืนในระดับปกติ นั่นหมายความว่า คนที่หลวมตัวเข้าไปซื้อตอนที่อุณหภูมิสูง เดือดปุดๆ จะต้องกลายเป็นคนดอย ติดอยู่บนยอด ห้อยต่องแต่งหาทางลงไม่ได้

ดังนั้น การเล่นหุ้นร้อน จึงต้องอาศัยจังหวะซื้อขายที่รวดเร็ว เกาะติดใกล้ชิดขอบสนามตลอดเวลา มิอาจละสายตาได้ เพราะเผลอแป๊บเดียวหุ้นร้อนอาจกลายเป็น “เผือกร้อน” ที่เราจะโยนให้ใครก็ไม่มีใครอยากรับ ราคาจึงไหลรูดๆ ลงมา

อย่างไรก็ตาม หุ้นร้อนนั้นมิใช่ว่าจะเป็นอันตรายเสมอไป เพราะหลายๆ ครั้ง เราพบว่ามีหุ้นหลายตัวที่ถูกเพิ่มอุณหภูมิให้ร้อนแรงด้วยปัจจัยบางอย่าง และทำให้ราคาในช่วงนั้นพลุ่งพล่านผิดปกติ มีคนไปติดที่ราคาสูงจำนวนมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งกลับกลายเป็นว่า ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมาก ทำให้ราคาหุ้นนั้นวิ่งกลับขึ้นมาทะลุจุดสูงสุดเดิม คนที่เคยติดดอยหากทนถือไว้ก็หลุดได้หมด แถมมีกำไรอย่างงามอีกด้วย

บทสรุปของหุ้นร้อนก็คือ…หากเป็นหุ้นพื้นฐานดีมีคุณภาพ ต่อให้เข้าไปซื้อตอนร้อนแล้วผิดจังหวะขายไม่ทันเพราะมันเย็นลงเสียก่อน เราก็อาจจะไม่เดือดร้อนมากนัก เพราะสักวันหนึ่ง ราคาหุ้นนั้นก็ต้องสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริงอยู่ดี