Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก หุ้นทั่วโลกกอดคอกันร่วง วิตกเศรษฐกิจชะลอตัว

หุ้นทั่วโลกกอดคอกันร่วง วิตกเศรษฐกิจชะลอตัว

1168
0
SHARE
หุ้นร่วง

หุ้นทั่วโลกร่วงหนัก ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีดิ่งลงอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 แตะระดับ 2.44% บ่งชี้สัญญาณเตือนเศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำสู่ภาวะถดถอย

นักลงทุนหันหลังให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกในเช้าวันจันทร์ จากความกังวลว่า เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยอาจฉุดให้อัตราผลตอบแทนบอนด์ทั่วโลกที่เป็น Global Yields ร่วงลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่หุ้นจะกลายเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงขึ้น

ในขณะที่ดัชนีหุ้นวอลล์สตรีทในตลาดล่วงหน้าร่วงลงต่อเนื่องในวันจันทร์เช่นกันกว่า 0.5% รวมทั้งดัชนี MSCI Asia-Pacific ซึ่งไม่รวมตลาดหุ้นญี่ปุ่นดิ่งลงถึง 1.4% จากแรงเทขายหุ้นอย่างหนักหน่วงของนักลงทุนในภูมิภาค โดยเฉพาะ Kospi เกาหลีใต้ ดิ่งลง 1.6% และดัชนีหุ้นออสเตรเลียร่วลง 1.3%

ทั้งนี้ Nikke 225 ญี่ปุ่นดิ่งลงลึกถึง 3.2% หลังจากที่เปิดตลาดในช่วงเข้าอยู่ในทิศทางที่เป็นความเสี่ยงขาลง โดยดัชนี Nikke 225 เปิดในวันนี้ร่วงลง 359.93 จุด หรือ 1.66% ดัชนี Taipex ไต้หวัน ร่วงลง 0.98% ดัชนี Kospi เกาหลีใต้ ร่วงลง 1.29% ดัชนี FTSE สิงคโปร์ ร่วง 1.30% ดัชนี FBMKLCI มาเลเซีย ร่วงลง 0.87% และดัชนีหุ้นไทยที่ร่วงลง 14.68 จุด หรือ 0.89% สู่ระดับ 1,631

สำหรับดัชนี HSI ฮ่องกง เปิดตลาดดิ่งลงถึง 611.99 จุด หรือ 2.10% ก่อนที่จะปิดในช่วงครึ่งวันเช้าร่วงลง 517.43 จุด หรือ 1.78% รวมทั้งดัชนี SSE Composite ของจีนเปิดร่วงลง 1.46% 

การเทขายหุ้นตลาดเอเชียในเช้าวันนี้ เป็นผลต่อเนื่องมาจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นำโดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,502 ร่วงลง 460.19 จุด หรือ 1.77% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,800 ร่วงลงลง 54.17 จุด หรือ 1.90% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,642 ดิ่งลงถึง 196.29 จุด หรือ 2.50%

เนื่องจากนักลงทุนวิตกต่อภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากที่มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ หรือ PMI ในหลายประเทศของยุโรป รวมถึงสหรัฐที่ลดลง  

โดยที่ดัชนี PMI รวมซึ่งเป็นภาคการผลิต และภาคบริการของสหรัฐ ดิ่งลงสู่ระดับ 54.3 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการของกลุ่มยูโรโซน ร่วงลงสู่ระดับ 51.3 เดือนมีนาคมเช่นกันในระดับต่ำสุดรอบ 2 เดือน

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ ด้วยการปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ที่ระดับ 2.1% จากระดับ 2.3% และปรับลดคาดการณ์ในปีหน้าที่ระดับ 1.9% จากเดิมที่คาดไว้ 2.0%

นอกจากนี้ ราคาหุ้น Nike ร่วง 6.61% เป็นปัจจัยฉุดตลาดหลังจากที่มีเปิดเผยยอดขายในอเมริกาเหนือต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3 ตามงบการเงินของบริษัท โดยที่ว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเพียง 7% ในอเมริกาเหนือ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% ถึงแม้ว่า ผลกำไรรวมเพิ่มชึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

รวมถึงราคาหุ้นโบอิ้งที่ร่วงลงถึง 2.83% หลังจากข่าวของสายการบินในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสายการบินรายใหญ่ที่สุดได้ยกเลิกคำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 Max 8 จำนวน 49 ลำ จากเหตุที่เครื่องบินรุ่นดังกล่าวประสบอุบัติเหตุตกในอินโดนีเซียและเอธิโอเปีย ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกันภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือน

ขณะที่ปัจจัยการเมืองในอังกฤษยังคงส่งผลกระทบต่อกาแนกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) หรือ Brexit ยังคงไม่ได้ข้อยุติ ซึ่ส่งผลให้การลงทุนของตลาดหุ้นยุโรปกลายเป็นสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น