Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก หุ้นทั่วโลกตีปีก คาดเฟดลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น-สงครามการค้าคลี่คลาย

หุ้นทั่วโลกตีปีก คาดเฟดลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น-สงครามการค้าคลี่คลาย

876
0
SHARE
หุ้นโลก

นักลงทุนจับตาเฟดประชุมลดดอกเบี้ย หลังแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ มีสัญญาณมืดมัวลง ขณะที่นักวิเคราะห์หุ้นในตลาดวอลล์สตรีทคาดว่า จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้

โดยที่การแถลงข่าวของเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลสงสหรัฐ (เฟด) จะมีขึ้นช่วงเช้าของวันพฤหัสฯ ตามเวลาในไทย ถึงผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เป็นเวลา 2 วันเมื่อวันที่ 18-19 มิถุนายน เพื่อส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยที่ตลาดคาดว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ FedWatch ซึ่งเป็นรายงานวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาดอกเบี้ยล่วงหน้าของ CME Group ชี้ว่า นักลงทุนคาดเฟดจะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งภายในปีนี้ โดย 85% เชื่อว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนกกรกฎาคม จากเดิมที่เชื่อว่ามีโอกาสเพียง 25% ส่วนครั้งที่ 2 มีโอกาสถึง 90% ที่จะลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และ 97% คาดดอกเบี้ยจะลดลงเป็นครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคมนี้

สำหรับข้อมูลพื้นฐานของเฟดยังคงมองว่า ภาวะการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของชาวอเมริกันมีความแข็งแกร่ง แต่การที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟด (Fed Fund Rate) ที่ระดับ 2.25-2.50% อาจจะเป็นข้อจำกัดที่ส่งผลต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรม เงินเฟ้อ และอัตราการเติบโตเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

นอกจากนี้ เฟดได้เน้นถึงประเด็นผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งยังต้องการข้อมูลที่เพิ่มเติมในความคืบหน้าของการเจรจาการค้าจะมีผลลัพธ์ในเชิงบวกอย่างไร

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความเมื่อวันอังคาร ระบุถึงการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แล้วว่าเป็นไปด้วยดี ซึ่งจะมีการพบกันในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G-20 ช่วงวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ ที่เมืองโอซากา ของญี่ปุ่น

ขณะที่ทีมคณะทำงานเจรจาการค้าของสหรัฐและจีนจะเริ่มขึ้นรอบใหม่ ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในช่วงการประชุมดังกล่าว

ทางด้านท่าทีของผู้นำจีนนั้น มีรายงานข่าวที่ระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมที่จะพบกับผู้นำสหรัฐ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ โดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายควรเน้นแก้ไขปัญหาการค้าผ่านการเจรจาที่เท่าเทียมกัน

สำหรับปฏิกิริยาของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ดัชนีราคาหุ้นทั้ง 3 ตลาดพุ่งขึ้นร้อนแรง โดยดาวโจนส์ทะยานขึ้น 397 จุด หรือ 1.5%,ในช่วงต้นชั่วโมงซื้อขายวานนี้ ขณะที่ S&P 500 พุ่งขึ้น 1.4% และ Nasdaq ทะยานขึ้นถึง 2%.

แต่ตลาดมีการเทขายทำกำไรช่วงสั้นระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นรอ่อนตัวลงในช่วงปิดตลาดในวันอังคาร ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 26,465 พุ่งขึ้น 353.01 จุด หรือ 1.35% ส่วนดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,917 เพิ่มขึ้น 28.08 จุด หรือ 0.97% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,953 พุ่งขึ้น 108.86 จุด หรือ 1.39%

ทางด้านการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสำคัญของเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรง ทั้งดัชนีหั่งเส็ง ฮ่องกง ทะยานขึ้น 651.56 จุด หรือ 2.37% ดัชนี Nikkei 225 ญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 348.46 จุดหรือ 1.66% ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต พุ่งขึ้น 53.96 จุด หรือ 1.87% แตะระดับ 2,944 รวมถึงดัชนีหุ้นไทยทะยานเตะระดับ 1,700 อีกครั้ง เพิ่มขึ้น 16.67 จุดหรือ 0.99%