Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง ศัลยกรรมหวัง ‘หุ้นสวย’ อาจซวยกลายเป็น ‘หุ้นเน่า’

ศัลยกรรมหวัง ‘หุ้นสวย’ อาจซวยกลายเป็น ‘หุ้นเน่า’

991
0
SHARE

การศัลยกรรมเกิดขึ้นได้ในหลายโอกาส…บางคนเกิดอุบัติเหตุรุนแรงแล้วทำให้อวัยวะสำคัญเสียหาย บิดเบี้ยว หรือมีบาดแผล ก็ต้องทำศัลยกรรมเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพเดิม…บางคนมีร่างกายหรืออวัยวะบางส่วนไม่ปกติมาแต่กำเนิด ก็ต้องทำศัลยกรรม แต่บางคนแม้ไม่ได้มีร่างกายส่วนไหนผิดปกติไปจากมนุษย์ทั่วไป  ก็อยากจะทำศัลยกรรมเพราะไม่พอใจในรูปลักษณ์ที่ธรรมชาติให้มา

การเปรียบเทียบเรื่องของหุ้นกับการทำศัลยกรรมนี้ผมว่ามันเข้ากั๊น เข้ากัน…เริ่มตั้งแต่ช่วงที่เริ่มปั้นบริษัทเพื่อที่จะยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ บางบริษัทก็ไม่ต้องศัลยกรรม เพราะรูปร่างดี สมส่วน สวยงามตามธรรมชาติ ซึ่งบริษัทลักษณะนี้เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มักจะเป็นหุ้นคุณภาพดี เติบโตอย่างมั่นคง แต่บางบริษัทต้องทำศัลยกรรมขนานใหญ่ก่อนจะแต่งตัวเข้าตลาด ซึ่งมีโอกาสจะเป็นหุ้นด้อยคุณภาพหรือหุ้นเน่าในอนาคตหากว่าได้หมอศัลยกรรมฝีมือห่วย หมอปลอม หรือหมอไม่มีคุณภาพ

เราได้ยินข่าวกันมาเยอะแยะครับ ไปศัลยกรรมนมแล้วนมเน่า ไปศัลยกรรมจมูกแล้วจมูกเน่าดังนั้นการศัลยกรรมหุ้นก็อาจจะกลายเป็นหุ้นเน่าได้เช่นกัน

การทำศัลยกรรมหุ้นให้ดูสวย ดูดี ดูมีเสน่ห์มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องผิดครับ หากได้หมอดี มีจรรยาบรรณเขาก็จะแนะนำให้ทำตามแนวทางที่ถูกต้อง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนในอนาคต ไม่ใช่เติบโตแบบฉาบฉวยวูบวาบ 

พวกหมอศัลยกรรมหุ้นแบบเถื่อนๆ ห่วยๆ ละโมภโลภมาก มักจะไม่ได้มองผลในระยะยาว ขอแค่ให้หน้าตาออกมาดูดี ดูเหมือนจะโตมาก โตไว เพื่อหลอกให้ชาวบ้านเข้ามาลงทุน เพราะยิ่งคนอยากได้หุ้นนั้นมาก ราคาก็จะยิ่งวิ่งเร็วและแรง จากนั้นพวกหัวหมอก็จะขายหุ้นที่เก็บไว้ก่อนหน้านั้นทิ้งไปแบบไม่ใยดี ตามมาด้วยผลการดำเนินงานของบริษัทที่ไม่เป็นไปตามเป้า พวกแมลงเม่าที่เข้าไปรับหุ้นไว้ก็ซวยสิครับ

ในความเห็นของผม หุ้นที่สวยงามตามธรรมชาติ คือ มีการสร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์ สำรวจความต้องการของผู้บริโภค แล้วเน้นสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ส่งมอบตรงเวลา มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสม ราคาเหมาะสม เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยังมีโอกาสเติบโตต่อไปในอนาคต แบบนี้น่าสนใจกว่าหุ้นที่ผ่านการศัลยกรรมแบบกลวงๆ ลวงๆ 

อย่างกรณีหุ้นตัวหนึ่งที่บอกว่าจะพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในหลักพันล้าน โดยการนำธุรกิจใหม่เข้ามาเสริม แบบนี้มันดูเว่อร์เกินไป และหากธุรกิจใหม่จะสร้างกำไรได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เข้ามา “เสริม” แล้วครับ มันเป็นการเข้ามา “สวม” ถือเป็นการศัลยกรรมแบบแปลงโฉมกันเลยทีเดียว…ถ้ากรณีนี้ทำสำเร็จคงฮือฮาน่าดู ดีที่ว่าหมอศัลยกรรมหุ้นที่ทำเคสนี้ ซึ่งมีทั้งหมอจริงหมอเถื่อนเกิดแตกคอกันซะก่อน จึงแปลงโฉมไม่สำเร็จ 

คนที่ผ่านการศัลยกรรมแบบแนบเนียนเรามักมองไม่ออกฉันใด หุ้นที่ผ่านการศัลยกรรมแบบมืออาชีพเราก็มองไม่ออกฉันนั้น ดังนั้น หากนักลงทุนอยากจะรู้ว่าหุ้นที่ตัวเองลงทุนหรือที่จะลงทุนได้ผ่านการศัลยกรรมอะไรมาบ้างก็ต้องทำการบ้านกันสักหน่อยครับ โดยไปค้นดูข้อมูลข่าวสารย้อนหลังของบริษัทนั้น

หากรีบร้อนลงทุนหุ้นที่เขาบอกกันว่าเป็นหุ้นสวยอาจจะซวยเจอหุ้นเน่าก็เป็นได้