Home ลงทุน อสังหาฯ อสังหาฯไตรมาสแรกในพื้นที่’กทม.-ปริมณฑล’กระเตื้อง

อสังหาฯไตรมาสแรกในพื้นที่’กทม.-ปริมณฑล’กระเตื้อง

693
0
SHARE
วิชัย วิรัตกพันธ์

ธอส. เผยตลาดที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 1 ปี 61 ปรับตัวดีขึ้นทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560 ภาพรวมที่อยู่อาศัยประเภททาวน์เฮ้าส์และอาคารชุด ยังขยายตัวต่อเนื่อง

วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาส 1 ปี 2561 มีสัญญาณเริ่มต้นดีขึ้น สะท้อนจากโครงการเปิดตัวใหม่ประเภทโครงการบ้านจัดสรร กลุ่มประเภททาวน์เฮ้าส์ และโครงการอาคารชุด มีการเปิดตัวในสัดส่วนมากที่สุดจากหน่วยที่เปิดขายทั้งหมดทุกประเภท”

มุมมองของผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นที่ดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มการลงทุน โดยการเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ และด้านยอดขาย การลงทุน การจ้างงาน และการเปิดโครงการใหม่ สอดคล้องกับเศรษฐกิจในภาพรวมที่มีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะที่สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเขต กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ช่วงไตรมาส 1 ปี 61 จำนวนประมาณ 90 โครงการ มีหน่วยในผังรวม 24,619 หน่วย และมีมูลค่าโครงการรวม 106,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ จำหนวนหน่วย และมูลค่าโครงการ

จำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

ไตรมาส 1 ปีนี้จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 5.9% จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 2.1% และมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 60  โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยประมาณ 4.3 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาช่วงเวลาเดียวกันของปี 60 ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 3.9 ล้านบาท

โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่มูลค่าโตกว่าปีที่แล้ว

เมื่อพิจารณาประเภทโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ พบว่า ในช่วงไตรมาส 1 ปี 61 โครงการบ้านจัดสรรมีการเปิดขายใหม่จำนวนประมาณ 54 โครงการ รวม 8,762 หน่วย มีมูลค่าโครงการรวม 41,636 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนหน่วยลดลง 17.3% แต่มีมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น 7.4%  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 60

ไตรมาสแรกอาคารชุดเปิดโครงการเพิ่ม

ส่วนโครงการอาคารชุดมีการเปิดขายใหม่จำนวน 36 โครงการ 15,857 หน่วย มูลค่าโครงการรวม 65,333 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 60 ทั้งจำนวนโครงการ จำนวนหน่วย และมูลค่าโครงการ โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 16.1%  จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 17.4% และมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้น 16.9% ตามลำดับ

ทาวน์เฮาส์ทำยอดขายเยอะสุด

ขณะที่ประเภทและราคาขายโครงการบ้านจัดสรรในไตรมาส 1 ปี 61 พบว่าส่วนใหญ่ 65.5%  เป็นทาวน์เฮ้าส์ ราคาจะอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท รองลงมา 27.4% เป็นบ้านเดี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท สำหรับบ้านแฝดเปิดขาย 4.6% ซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 5-7.5 ล้านบาท

อาคารพาณิชย์ห้องชุด 1 ห้องนอนขายดีสุด ส่วน 2 ห้องนอนมาเป็นอันดับ 2

สำหรับอาคารพาณิชย์พักอาศัยเปิดขายใหม่ 2.5% โดยเปิดขายในระดับราคา 7.5-10 ล้านบาทมากที่สุด ในด้านประเภทและราคาขายของโครงการอาคารชุดที่เปิดขายใหม่ในไตรมาส 1 ปี 61 เป็นห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนจำนวนมากที่สุด 82.7% ซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 2.1- 3 ล้านบาท

รองลงมาเป็นประเภทห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน 12.1% ซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 7.5 -10 ล้านบาท ส่วนห้องชุดประเภทสตูดิโอมีสัดส่วน 4.8% ซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคา 3-5 ล้านบาท สำหรับห้องชุดแบบ 3 ห้องนอนขึ้นไปเปิดขายใหม่เพียง 0.4% ซึ่งส่วนใหญ่เปิดขายในระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทในสัดส่วนมากที่สุด

ไตรมาสแรก บจ.เปิดขายโครงการใหม่ลดลงจากปีที่แล้ว 18%

ช่วงไตรมาส 1 ปี 61 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการเปิดขายจำนวน 49 โครงการ 15,369 หน่วย คิดเป็นสัดส่วน 62.4% ของจำนวนหน่วยโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ทั้งหมด ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 60 ซึ่งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เปิดขายจำนวน 50 โครงการ 18,754 หน่วย

ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล เพิ่มขึ้น 40% จากปีที่แล้ว

ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ ในกรุงเทพฯ–ปริมณฑล ในช่วงไตรมาส 1 ปี 61 มีจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่จำนวน 33,245 หน่วย เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 60 ซึ่งมีจำนวน 23,744 หน่วย และเพิ่มขึ้น 12.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 60 ซึ่งมีจำนวน 29,477 หน่วย

ไตรมาสแรกห้องชุดสร้่างเสร็จมากสุด

ประเภทที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จในไตรมาส 1 ปี 61 เป็นห้องชุดมากที่สุดมีจำนวน 20,453 หน่วย คิดเป็น 61.5% ของหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ทั้งหมด รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวมีจำนวน 8,103 หน่วย คิดเป็น 24.4% ทาวน์เฮ้าส์มีจำนวน 3,125 หน่วย คิดเป็น 9.4% อาคารพาณิชย์พักอาศัยมีจำนวน 1,163 หน่วย คิดเป็น 3.5% และบ้านแฝดมีจำนวน 401 หน่วย คิดเป็น 1.2% ตามลำดับ

ไตรมาสแรกห้องชุดโอนกรรมสิทธิ์มากสุก

ในไตรมาส 1 ปี 61 มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุด จำนวน 19,770 หน่วย คิดเป็น 47% ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 12,289 หน่วย คิดเป็น 29.2%  บ้านเดี่ยวมีการโอนจำนวน 6,142 หน่วย คิดเป็น 14.6% อาคารพาณิชย์พักอาศัยมีการโอนจำนวน 2,317 หน่วย มีสัดส่วน 5.5% และบ้านแฝดมีการโอนจำนวน 1,586 หน่วย มีสัดส่วน 3.8%

มูลค่าสินเชื่อเพิ่มขึ้น

ขณะที่ไตรมาส 1 ปี 61  สินเชื่อบุคคลปล่อยใหม่ทั้งประเทศ มีมูลค่า 153,061 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 60 ซึ่งมีมูลค่า 115,788 ล้านบาท และสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปคงค้างทั่วประเทศไตรมาส 1 ปี 61 มีมูลค่า 3,569,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ซึ่งมีมูลค่า 3,341,792 ล้านบาท

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการสูงขึ้น

ด้านความเชื่อมันของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย พบว่าในไตรมาส 1 ปี 61 ผู้ประกอบการมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) เท่ากับ 52.1 จุด ซึ่งสูงกว่าค่า กลางที่ระดับ 50.0 จุด และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 4 ปี 60  ที่ระดับ 51.9 จุด

ดัชนีที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในด้านการลงทุน การจ้างงาน และการขึ้นโครงการใหม่/ยูนิต ส่วนผลประกอบการ และยอดขาย ปรับลดลงเล็กน้อย ส่วนต้นทุนผู้ประกอบการค่าดัชนีใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าที่ยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 จุด

ความเชื่อมั่นครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) มีค่าเท่ากับ 62.8 จุด สูงกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 จุด และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 60 ซึ่งมีค่า เท่ากับ 59.1 จุด ดัชนีที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นด้านผลประกอบการ ด้านยอดขาย การลงทุน การจ้างงาน และการเปิดโครงการใหม่

สอดคล้องกับเศรษฐกิจในภาพรวมที่มีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่วนต้นทุนผู้ประกอบการต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 จุด เป็นผลมาจากการประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ