Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก จับตาอังกฤษโหวตรับรองขอขยายกำหนดเวลา Brexit อีก 3 เดือน 

จับตาอังกฤษโหวตรับรองขอขยายกำหนดเวลา Brexit อีก 3 เดือน 

493
0
SHARE
เทเรซา เมย์

Brexit กลายเป็นเรื่อง drama ที่ต้องตามลุ้นกันต่อไปว่า บทสุรปสุดท้ายจะจบลงโดยที่เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ มีโอกาสครั้งที่ 3 ที่จะผลักดันร่างข้อตกลง Brexit เข้าสู่การโหวตรับรองของรัฐสภาหรือไม่

หลังจากเมื่อวันพุธ รัฐสภาอังกฤษได้ลงมติไม่เห็นชอบกับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) หรือ Brexit โดยไร้ข้อตกลง (no deal) ด้วยคะแนนโหวต 321 ต่อ 278 โดยที่ในขั้นตอนต่อไป รัฐสภาจะทำการลงมติในวันพฤหัสฯ เกี่ยวกับการจะเรียกร้องต่อ EU ให้ขยายเวลาการแยกตัวอย่างเป็นทางการออกไปจากเดิมที่กำหนดเส้นตายในวันที่ 29 มีนาคมหรือไม่

โดยหากรัฐสภามีมติเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาออกไป ทั้งนี้ เทเรซา เมย์ ได้เสนอว่า หากรัฐสภามีมติเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลา Brexit ออกไปอีก 3 เดือน ซึ่งรัฐบาลก็จะต้องทำการเจรจากับ EU ในช่วงเวลาดังกล่าว

แต่หากรัฐสภามีมติไม่เรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาออกไป อังกฤษก็จะแยกตัวจาก EU อย่างเป็นทางการตามกำหนดเดิมคือวันที่ 29 มีนาคม

ดังนั้น จึงต้องตามลุ้นต่อว่า การผลักดันเพื่อให้รัฐสภาอังกฤษโหวตรับร่างข้อตกลง Brexit เป็นรอบที่ 3 ของเทเรซา เมย์ จะเกิดขึ้นได้อีกหรือไม่ในอีกช่วง 3 เดือนข้างหน้านี้

หลังจากที่ผู้นำอังกฤษต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในรัฐสภามาถึง 2 ครั้ง เนื่องจากการโหวตคว่ำร่างข้อตกลง Brexit ครั้งที่ 2 ด้วยคะแนน 391 ต่อ 242 เสียงเมื่อวันพุธ และการแพ้โหวตครั้งแรกด้วยมติ 432 ต่อ 202 เสียงในเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

โดยที่รัฐบาลอังกฤษจะขอเลื่อน Brexit ออกไปอีก 3 เดือนจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ก็จะไปขึ้นอยู่กับชาติสมาชิก EU ทั้ง 27 ประเทศ พิจารณาเห็นชอบเสียก่อน ทั้งนี้ ผู้นำ EU มีกำหนดประชุมกันที่บรัสเซลส์ ในวันที่ 21-22 มีนาคมนี้ 

จากนั้นก็จะเข้าสู้ขั้นตอนของการใช้ข้อบังคับตามมาตรา 50 ในการออกจากการเป็นสมาชิกภาพของ EU ซึ่งเป็นการควบคุมกระบวนการเปลี่ยนผ่านโดยใช้เวลา 2 ปี ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวได้อย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้การตัดสินใจของรัฐสภาที่เกิดขึ้นสำคัญๆ ยังคงถือว่า อังกฤษอยู่บนเส้นทางของการแยกตัวจาก EU ในอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ข้างหน้า จนกว่าจะได้แผนการณ์ใหม่ในการตกลงกับบรัสเซลส์ 

ท่ามกลางเสียงเตือนของผู้นำในบรัสเซลส์ว่า อังกฤษกำลังจ้องมองลงไปยังหน้าผา ที่อาจต้องเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะถูกตัดความสัมพันธ์กับ EU ที่มีมายาวนานกว่า 46 ปี รวมถึงความเสี่ยงต่อความวิตกกังวลทางเศรษฐกิจที่จะกระทบกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยที่ยุโรปจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงในปีนี้ที่ระดับ 1.1% ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.7%

ในขณะที่ฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ได้เตือนว่า การออกจาก EU โดยไม่ได้ทำข้อตกลง Brexit จะทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างหนัก ทั้งยังมีผลกระทบต่อการว่างงานที่สูงขึ้น ค่าแรงที่ตกต่ำลง และราคาสินค้าที่จะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการทบทวนเศรษฐกิจในภาพรวมที่ชะลอตัวลงเช่นกัน

โดยเฉพาะความผันผวนที่เกิดขึ้นกับการเคลื่อนไหวของเงินปอนด์สเตอร์ลิง ซึ่งร่วงลงถึง 2% หลังจากการโหวตคว่ำร่างข้อตกลง Brexit ครั้งที่ 2 เมื่อวันอังคาร แต่หลังจากเมื่อวันพุธที่รัฐสภาอังกฤษได้ลงมติไม่เห็นชอบกับการแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อตกลง (no deal) ค่าเงินปอนด์ได้เด้งกลับ 2% ก่อนที่จะอ่อนตัวลงอีกในช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 1.3308 ดอลลาร์