Home ลงทุน กลุ่มอินทัชกางแผนครึ่งปีหลัง ดัน”เอไอเอส”รุกขยายตลาด57จังหวัดทั่วไทย

กลุ่มอินทัชกางแผนครึ่งปีหลัง ดัน”เอไอเอส”รุกขยายตลาด57จังหวัดทั่วไทย

247
0
SHARE

กลุ่มอินทัช กางแผนครึ่งปีหลัง เตรียมนำเอไอเอสบุกตลาดต่างจังหวัด เพิ่มลูกค้าอีก 57 จังหวัดทั่วไทย ด้านไทยคมเตรียมลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างรายได้ชดเชยธุรกิจเก่า ขณะที่อินทัชเตรียมงบ 200 ล้านบาทลงทุนสตาร์ทอัพ

กลุ่มอินทัช  บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ในงาน “Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน” จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กางแผนครึ่งปีหลังรุกธูรกิจใหม่

นางสาวญาดา กีรติพงศ์ภักดี นักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) มีรายได้ในช่วงไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 44,688 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตลาดมือถือในประเทศไทยมีการปรับแพคเกจค่าบริการให้มีอัตราสูงขึ้น รวมถึงยังมีฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

เอไอเอสเตรียมรุกตลาดต่างจังหวัด ขยายฐานลูกค้าเพิ่มอีก 57 จังหวัดทั่วไทย

สำหรับการปรับแพคเกจค่าบริการเครือข่ายมือถือให้มีอัตราสูงขึ้น ทำให้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือของบริษัทฯ มีการเติบโตขึ้นกว่า 5.3% ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เอไอเอส ได้เข้ารับคลื่นความถี่ 700 MHz ซึ่งจะสามารถให้บริการได้ในช่วงเดือน ต.ค.63 โดยจะทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และจะเป็นผลดีกับการสนับสนุนโครงข่าย 4G รวมไปถึงการต่อยอด 5G ในอนาคตอีกด้วย

ส่วนครึ่งปีหลังของปี 62 เอไอเอส จะเน้นทำตลาดเพิ่มฐานลูกค้ามากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าในอีก 57 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยจะใช้ เอไอเอส ชอป และเทเลวิซ เป็นฐานกำลังในการขยายลูกค้าเป้าหมายใหม่ นอกจากนี้ เอไอเอส จะมีการหาพาร์ทเนอร์ใหม่เพื่อมาร่วมงานในโครงการต่างๆ ที่จะสามารถต่อยอดให้ธุรกิจมีความเติบโตต่อไปได้ เช่น สร้างพาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมเกม เพื่อร่วมกันยกระดับอีสปอร์ต

ด้าน นายศิรภพ ปภัทธนนันท์ นักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า เอไอเอสจะพยายามรักษาความเป็นผู้นำของตลาดให้ยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง และยังต้องสร้างรายได้จากแหล่งรายได้ใหม่ จากธุรกิจบอร์ดแบนด์ นอกจากนี้ยังต้องสร้างดิจิทัล เซอร์วิซ รูปแบบใหม่ เนื่องจากปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ความต้องการของลูกค้าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่การทำดิจิทัล เซอร์วิซ จะช่วยให้เราเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

เอไอเอสจะหยึดหลักการให้บริการดังนี้

1.เร็วกว่า จะมีการติดตั้งโครงข่ายและการบริการลูกค้าที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

2.ดีกว่า จะมีการจับมือกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศในการยกระดับเครือข่ายไวไฟของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3.ง่ายกว่า จะมีการทำช่องทางใหม่ๆ ให้ลูกค้าเข้าถึงการบริการได้ง่ายกว่าเดิม

ในขณะที่การยกเลิกโปรโมชั่น ฟิกสปีดอันลิมิเต็ด บริษัทจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดว่าครึ่งปีหลังของปี 62 จะมีลูกค้าที่ใช้โปรโมชั่นดังกล่าวทยอยหมดสัญญาลง โดยบริษัทฯจะมีการประเมินอีกครั้งว่าจะนำเสนอโปรโมชั่นอะไรกับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว ที่ทำให้ลูกค้าจ่ายเงินในอัตราเท่าเดิมหรือเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ถูกมองว่าเป็นการถูกเปลี่ยนโปรโมชั่นแบบกะทันหัน

ส่วนการเกิดขึ้นของ 5G บริษัทฯ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่จากนี้ไปจนถึง 6 ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะเป็นยุคเริ่มต้นของ 5G ที่จะอยู่ในช่วงเรียนรู้สิ่งต่างๆพร้อมกันไปทั่วทั้งโลก จึงมองว่าการเกิดขึ้นของ 5G ในประเทศไทยจะไม่มีความล่าช้าหรือล้าหลังประเทศอื่น

ทั้งนี้ เอไอเอส มีรายได้ จากธุรกิจมือถือคิดเป็น 93% ของรายได้ทั้งหมด, รายได้จากธุรกิจบอร์ดแบนด์ 4% และรายได้จากการทำเอ็นเตอร์ไพรซ์โซลูชั่น ละดิจิทัล เซอร์วิซ 3% โดยปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของดิจิทัล เซอร์วิซ ที่ 10% โดยบริษัทฯมีงบลงทุนในปี 62 อยู่ที่ 21,000 ล้านบาท และเมื่อจบครึ่งปีแรกของปี 62 ได้ใช้งบลงทุนไปแล้วกว่า 13,000 ล้านบาท

ไทยคมเตรียมลงทุนธุรกิจใหม่ เพือสร้างรายได้ชดเชยที่สูญไปจากธุรกิจเก่า

ขณะที่ นางสาวอุมาวรรณ ส่องศิริ นักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวถึงการดำเนินงานของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 ว่า บริษัทฯ มีรายได้ 2,519 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากอายุสัญญาของดาวเทียมที่ใกล้จะหมดลง และการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีความดุเดือดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าในประเภทบอร์ดแบนด์ในประเทศอินเดีย ยังมีการใช้บริการเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกค้าในประเทศออสเตรเลียและญี่ปุ่น ยังมีการสั่งซื้ออุปกรณ์ดาวเทียมต่างๆ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้มีการออกแบบดาวเทียมร่วมกันกับบริษัทในประเทศจีน

สำหรับครึ่งปีหลังของปี 62 บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับดาวเทียมเดิมที่มีอยู่ แต่จะเน้นหาลูกค้าใหม่มาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มรายได้ในส่วนที่ขาดไป ซึ่งจะมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ ในการหาดาวเทียมใหม่ นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จะเสนอให้รัฐบาลเข้ามาร่วมกันทำ PPP ด้วย และยังมีโครงการนาวา ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนในการลงทุนทำธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างรายได้มาชดเชยกับรายได้ที่สูญไป โดยตั้งเป้าจะลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับความต้องการของลูกค้าในอนาคต

อินทัชเตรียมงบ 200 ล้านบาท ลงทุนในสตาร์ทอัพ

ส่วนการดำเนินงานของ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 62 บริษัทฯ ได้มีการขายบริษัท Digio ออกไป ซึ่งได้มีการลงทุนร่วมกันมากว่า 2 ปี แต่ทาง Digio ตัดสินใจขอซื้อหุ้นกลับไปบริหารเอง แต่ทางบริษัทฯ มีแผนเข้าไปลงทุนในบริษัทใหม่ไว้แล้วเช่นกัน โดยจะเข้าไปลงทุนร่วมกับ Pear Power ซึงทำธุรกิจให้บริการเงินกู้ออนไลน์ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการขอใบอนุญาต จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)

ทั้งนี้ บริษัทฯจะมีการลงทุนเพิ่มในธุรกิจของ Ookbee 5.7 เท่า, Wongnai 4.1 เท่า และ Shopback 1.7 เท่า นอกจากนี้ยังได้เตรียมงบลงทุนอีก 200 ล้านบาท สำหรับเข้าไปลงทุนในสตาร์ทอัพที่มีความน่าสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปอีกด้วย

ส่วน นาวสาวทมยันตี คงพูลศิลป์ นักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 62 กลุ่มอินทัชจะเน้นการบริหารพอร์ตการลงทุนให้เติบโตในระยะยาว โดยตั้งเป้าให้ AIS เป็นผู้นำตลาดเครือข่ายมือถืออย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจของไทยคม จะผลักดันให้เกิดการขายดาวเทียมได้มากขึ้นรวมถึงหาดาวเทียมใหม่ๆเข้ามาเสริมด้วย ส่วนอินทัช จะพยายามหาช่องทางเข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆที่คาดว่าจะมีการเติบโต โดยจะเน้นไปที่กลุ่มสตาร์ทอัพ

ทั้งนี้ รายได้หลักของอินทัชมาจาก เอไอเอส 98% ไทยคม 1% และธุรกิจอื่นๆ 1%