Home ทิศทางเศรษฐกิจ เมฆหมอกปกคลุมเศรษฐกิจฮ่องกง ประท้วงไร้แววสงบ

เมฆหมอกปกคลุมเศรษฐกิจฮ่องกง ประท้วงไร้แววสงบ

405
0
SHARE

การประท้วงในฮ่องกงดำเนินมาติดกันเป็นสัปดาห์ที่ 11 แล้ว และจีนเตือนว่าผู้ประท้วงกำลังผลักดันฮ่องกงไปสู่หุบเหว

ผู้ประท้วงต่อต้านทางการได้เรียกร้อง 5 ข้อ รวมถึงถอนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการจากปัจจุบันที่เพียงระงับไป โดยข้อเรียกร้องนี้เป็นชนวนที่นำไปสู่การเปิดฉากการประท้วง นอกจากนั้น ข้อเรียกร้องอื่นยังรวมถึงการตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนการที่ตำรวจรับมือกับการประท้วง

ขณะที่รัฐบาลจีนก็แสดงท่าทีเดิม เห็นได้จากการเรียกเจ้าหน้าที่ฮ่องกง 500 คนที่จงรักต่อรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภา นักธุรกิจ และบุคคลที่มีอิทธิพล ไป”สัมมนา” ที่เมืองเซินเจิ้น

มีรายงานว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งขอให้ผู้เข้าร่วมสัมนา สนับสนุนนางแคร์รี หล่ำ ผู้ว่าการเกาะฮ่องกง รวมถึงสนับสนุนตำรวจฮ่องกง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่า “ไม่มีการประนีประนอม”

ทนายความตะวันตกคนหนึ่งมองว่าช่องว่างระหว่างผู้ปกครองและคนที่อยู่ใต้การปกครองในฮ่องกงกำลังมีมากขึ้น หากไม่มีการปิดช่องว่างนี้ ผู้ประท้วงก็จะยังเดินหน้าประท้วงไปเรื่อยๆ

การประท้วงได้เจือไปด้วยความรุนแรงและการเผชิญหน้ากันมากขึ้น นับจากมีการชุมนุมอย่างสงบเมื่อต้นเดือนมิ.ย. การประท้วงลุกลามไปเป็นการนัดหยุดงาน ทั้งยังส่งผลต่อการจราจรและเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว

มีการมองว่าข้อเรียกร้องบางข้อ ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง แต่ประเด็นตอนนี้ดูเหมือนอยู่ที่การรักษาหน้าของรัฐบาลกรุงปักกิ่งและฮ่องกง

หลังจากดูเหตุการณ์มาหลายสัปดาห์ จีนแสดงท่าทีไม่ชอบใจเมื่อผู้ประท้วงเริ่มพุ่งเป้าไปที่สัญลักษณ์แห่งอธิปไตยของจีน อย่างการโยนธงชาติทิ้งทะเลถึง 2 ครั้ง จนทางการจีนเผยแพร่วิดีโอทหารจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนซ้อมรับมือการประท้วง และทหารนายหนึ่งตะโกนว่า “รอดูผลลัพธ์แล้วกันว่าจะเป็นยังไง”

อย่างไรก็ตาม พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะฉลองวาระครบรอบ 70 ปีในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งจะมีการสวนสนามครั้งใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ดังนั้นหากส่งทหารไปปราบปรามการประท้วงในดินแดนของตัวเองอย่างฮ่องกง ต่อหน้าสื่อทั้งโลก น่าจะทำให้บรรยากาศของการเฉลิมฉลองมัวหมอง

แน่นอนว่ารัฐบาลกรุงปักกิ่งต้องการให้การประท้วงยุติลงก่อนวันที่ 1 ต.ค. และมีทางเลือกในการรับมือจำนวนหนึ่งก่อนที่จะต้องพึ่งกำลังทหาร ซึ่งเข้าไปในประจำการในฮ่องกงตั้งแต่ปี 2540 แล้ว

ทางเลือกหนึ่งที่กำลังนำมาใช้ คือพยายามเปลี่ยนความเห็นของคน โดยตอนแรกจีนเซนเซอร์ข่าวประท้วง แต่เมื่อบรรยากาศการประท้วงรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลกรุงปักกิ่งจึงพยายามดิสเครดิตผู้ประท้วงว่าไม่รักชาติ พยายามแบ่งแยก และพยายามสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ฮ่องกง ขณะเดียวกันทางการปักกิ่งก็ดันกระแสรักชาติในจีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงตามย่านที่ชื่นชอบจีนในฮ่องกง

ในส่วนของหล่ำระบุว่าการประท้วงไม่ได้ดำเนินไปอย่างสงบเพื่อคัดค้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือแม้แต่รัฐบาลฮ่องกง แต่เป็นการท้าทายโดยตรงต่อระบบ”หนึ่งประเทศ สองระบบ” ตามด้วยการสำทับว่าการประท้วงกำลังเริ่มกระทบต่อเศรษฐกิจของศูนย์กลางการเงินเอเชียแห่งนี้ พร้อมเปรียบเปรยว่าเหมือนสึนามิกำลังถาโถมฮ่องกง

ด้านผู้บริหารบริษัทสำคัญๆ ในฮ่องกง ต่างแสดงความกังวล อย่างซีอีโอ Hongkong and Shanghai Hotels ซึ่งบริหารโรงแรม Peninsula ระบุว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของฮ่องกงอาจตกอยู่ในความเสี่ยง

ซีอีโอสายการบินคาเธย์แปซิฟิกแอร์เวย์ส เผยว่าการจองเที่ยวบินไปฮ่องกง ลดลงเป็นตัวเลขสองหลักหรือ 10% ขึ้นไป ส่วนหนึ่งเนื่องจากการประท้วง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์และเศรษฐกิจของฮ่องกง เผยว่าผู้เดินทางเข้าฮ่องกงเริ่มลดลงเมื่อกลางเดือนก.ค. และลดลงเรื่อยๆ จนลดลงถึง 31% ช่วงต้นเดือนส.ค.ปีนี้ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนการเข้าพักในโรงแรมช่วงเดือนก.ค.ก็ลดลงเป็นเลขสองหลักเช่นกัน

ซีอีโอของ MTR ผู้ให้บริการรถไฟและห้างสรรพสินค้า กล่าวว่ากำลังเผชิญการท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 40 ปี ในการดูแลความปลอดภัยและให้บริการที่สามารถไว้ใจได้ เพราะความวุ่นวายกระทบต่อการเดินทางหรือการบริโภคของผู้คน พร้อมเสริมว่าเศรษฐกิจโดยรวมได้รับผลกระทบ และแน่นอนว่าบริษัทก็จะได้รับผลกระทบ

นอกจากนั้น หลังจากการ”สัมนา”ที่เซินเจิ้น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 17 แห่งของฮ่องกง ซึ่งกุมความมั่งคั่งส่วนใหญ่บนเกาะแห่งนี้ ได้ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามการประท้วงที่รุนแรงว่าถูกปลุกปั่นจากคนกลุ่มเล็กๆ

ธนาคาร Bank of China ถึงขั้นลงโฆษณาเต็มหน้าในหนังสือพิมพ์ที่ชื่นชอบรัฐบาล เนื้อความระบุว่า “ยุติความรุนแรง ความวุ่นวาย นำความสงบคืนมา”

ดูเหมือนเมฆหมอกกำลังก่อตัวเหนือฮ่องกง จากปัจจุบันที่ได้รับหางเลขสงครามการค้าจีน-สหรัฐ ประกอบกับเศรษฐกิจฮ่องกงเองก็ชะลอตัวจนติดลบ 0.3% ช่วงไตรมาส 2 ล่าสุดยังเผชิญการประท้วงที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง