Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเกาหลีเหนือ

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเกาหลีเหนือ

519
0
SHARE
เกาหลีเหนือ

นาทีที่ทุกสายตาทั่วโลกจับจ้องมาที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ และคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้มาจับมือกันเพื่อเป็นการเริ่มต้นเจรจาซึ่งมีขึ้นในวันนี้ เวลา 09.00 น.ตามเวลาสิงคโปร์ หรือ 08.00 น.ตามเวลาไทย ที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซาของสิงคโปร์

ทันทีที่พบกัน ในช่วงแรกเป็นการประชุมส่วนตัว ซึ่งเป็นไปรูปแบบตัวต่อตัว โดยมีล่ามแปลจาก 2 ฝ่ายร่วมอยู่ด้วยเท่านั้น ทั้งนี้ คิม จองอีน ได้กล่าวก่อนว่า เราได้คาดหวังการประชุมซัมมิตครั้งนี้จะผ่านพ้นไป โดยเชื่อว่าเป็นลางที่ดีสำหรับสันติภาพ

Kim: “We overcame speculation about this summit… I believe this is a good prelude for peace.”

ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า เราจะร่วมแก้ไขกัน เราจะพบกับความสำเร็จ…ซึ่งผมกำลังทำงานร่วมกับท่าน

Trump: “We will solve it, we will be successful… I look forward to working on it with you.”

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวเมื่อวันจันทร์ก่อนการประชุม 1 วันเชื่อว่า การประชุมสุดยอดกับผู้นำเกาหลีเหนือในวันที่ 12 มิถุนายนนั้น จะเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงกำลังเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมในขั้นสุดท้าย

ท่ามกลางทั่วโลกที่กำลังมุ่งความสนใจไปยังประธานาธิบดีทรัมป์ว่าจะเจรจากับนายคิมเพื่อให้เกาหลีเหนือดำเนินการปลดอาวุธนิวเคลียร์ได้หรือไม่ แต่ในตอนนี้เจ้าหน้าที่อาวุโสของทั้งสองประเทศยังคงเร่งหารือกันอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ชั่วโมงสุดท้ายก่อนที่การประชุมครั้งประวัติศาสตร์จะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ผู้นำสหรัฐต้องการจะกดดันต่อผู้นำเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่คาดว่าจะมีการถกกันในการประชุมสุดยอดในวันนี้ ประกอบด้วย 5 ประเด็นคือ การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ สานสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ การผ่อนคลายมาตรการกดดันเกาหลีเหนือของสหรัฐ การประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ และเรื่องของสิทธิมนุษยชน

ภาพประวัติศาสตร์ของการประชุมสุดยอดในวันนี้ ได้แพร่ภาพสู่สายตาทั่วโลกโดยผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่มาร่วมเกาะติดสถานการณ์ได้ลงทะเบียนไว้มากกว่า 3,000 คน ซึ่งพบว่าสื่อส่วนใหญ่นั้นเป็นสำนักข่าวต่างๆ จากญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันมีรายงานวาา สื่อเกาหลีเหนือเองได้แพร่ภาพทางทีวีที่เป็นรายงานสด นับเป็นการพลิกประวัติศาสตร์การนำเสนอข่าวจากที่ผ่านมา ที่ต้องผ่านการคัดกรองข่าวก่อนที่จะออกเผยแพร่สู่ประชาชนชาวเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ ภาพของคิม จองอืน ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเกาหลีเหนือ ถูกจับตามองว่า ในปี 2018 เป็นโอกาสทองของเขาบนเส้นทางสู่เวทีโลก ในการพบปะกับผู้นำประเทศมหาอำนาจของโลกทั้งสิ้น ได้เดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อพบปะเจรจากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ของ 2 เกาหลีเมื่อปลายเดือนเมษายน จนนำมาสู่การประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้

นับจากนี้ คิม จองอืน ก็อาจจะมีนัดหมายพบปะกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เพื่อเข้าร่วมประชุมเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่รัสเซียในเดือนกันยายนนี้ โดยในช่วงดังกล่าวก็จะได้พบกับชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

สิ่งที่ทั่วโลกกำลังจับตาอย่างไม่กระพริบก็คือ ผู้นำเกาหลีเหนือได้เชิญชวนประธานาธิบดีทรัมป์ให้ไปเยือนกรุงเปียงยางในเดือนกรกฎาคม และการที่ผู้นำสหรัฐได้เชื้อเชิญคิม จองอีน ให้ไปเยือนกรุงวอชิงตันในเดือนกันยายนนั้น จะนำมาสู่การเจรจาเป็นครั้ง 2 และครั้งที่ 3 ต่อจากการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้หรือไม่

โดยในช่วงเวลา 14.30 น.ตามเวลาสิงคโปร์ คิม จองอึน จะเดินทางออกจากสิงคโปร์ เพื่อกลับเกาหลีเหนือโดยสายการบินแอร์ ไชน่า ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะบินกลับกรุงวอชิงตันในเวลา 19.00 น. โดย Air Force One