Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย ธปท.งัดมาตรการ”คุมทุนระยะสั้น” สกัดเก็งกำไรค่าบาท

ธปท.งัดมาตรการ”คุมทุนระยะสั้น” สกัดเก็งกำไรค่าบาท

657
0
SHARE
แบงก์ชาติออกมาตรการสกัดเงินทุนระยะสั้น เก็งกำไรค่าบาท ลดวงเงินคงค้างบัญชีผู้มีถิ่นฐานนอกประเทศ จาก 300 ล้านบาท เหลือ 200 ล้านบาท สกัดพักเงินเพื่อเก็งกำไร พร้อมสั่งรายงานนักลงทุนต่างชาติลงทุนตราสารหนี้ ขณะที่ค่าบาทแข็งค่า 4.98% ตั้งแต่ต้นปี
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี อยู่ที่ 32.31 บาท/ดอลลาร์ มาอยู่ที่  30.70 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่า 4.98%

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า ภาวะตลาดการเงินโลกปัจจุบันมีความผันผวนเพิ่มมากขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น สงครามการค้า ระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และทิศทางการดาเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางหลายแห่ง ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลกลับมายังกลุ่มประเทศ เกิดใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับประเทศเกิดใหม่อื่น ทำให้นักลงทุนต่างชาติเพิ่มการถือครองเงินบาทและลงทุนในหลักทรัพย์ไทยมากขึ้นในระยะหลัง รวมทั้งบางส่วนอาจใช้ไทยเป็นแหล่งพักเงินระยะสั้น

ธปท. ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และมีความกังวลกับค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นเร็วและแข็งค่าค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับสกุลเงินภูมิภาค จนอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

ธปท. จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท เพื่อลดทอนช่องทางในการเก็งกำไรค่าเงินบาท และเพิ่มความเข้มงวดในการรายงานข้อมูลการลงทุนในตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อติดตามพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด โดยมีรายละเอียดดังนี้

1) ปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท โดยลดยอดคงค้างบัญชีเงินฝากสกุลบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (non-resident : NR) ทั้ง Non-resident Baht Account (NRBA)และ Non-resident Baht Account for Securities (NRBS) ณ สิ้นวัน จากเดิม 300 ล้านบาทเป็น 200 ล้านบาทต่อราย NR เพื่อลดช่องทางการพักเงินระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ โดยกำหนดให้เริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม2562เป็นต้นไป

กรณีบัญชีที่มียอดคงค้างเกินกว่า 200 ล้านบาทให้สถาบันการเงิน ดำเนินการให้ NR เจ้าของบัญชีปรับลดยอดคงค้างภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ NR ซึ่งไม่ใช่สถาบันการเงินและไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน ที่มีการค้าการลงทุนกับคู่ค้าในประเทศไทยและมีการชำระหรือรับชำระกับคู่ค้าเป็นสกุลบาท สามารถยื่นขออนุญาตธปท. เพื่อขอผ่อนผันยอดคงค้างในบัญชี NRBA ได้เป็นรายกรณี โดย ธปท. จะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม

2) เพิ่มความเข้มงวดการรายงานข้อมูลยอดคงค้างการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยรายงานถึงระดับชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมการลงทุนในตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์แนวโน้มและกำหนดนโยบายหรือมาตรการเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศในระยะต่อไป

ทั้งนี้ กไหนดให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่งวดการรายงาน ข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินมาตรการที่เตรียมไว้เพิ่มเติม หากยังพบพฤติกรรมการเก็งกาไรค่าเงินบาทในระยะต่อไป