Home ลงทุน เคทีซีเผยกำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 16% คุมหนี้เสียอยู่

เคทีซีเผยกำไรสุทธิครึ่งปีแรกโต 16% คุมหนี้เสียอยู่

250
0
SHARE

เคทีซีแจ้งกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2562 โตเกินคาด 16% อยู่ที่ 2,913 ล้านบาท พอร์ตสมาชิกรวมโต 7% ขณะที่ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสูงกว่าอุตสาหกรรม และสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ต่ำกว่าอุตสาหกรรม

 นายระเฑียร  ศรีมงคล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเคทีซีหรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ แม้ว่าการบริโภคภาคเอกชนยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังได้รับแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2562 จากเดิม 3.8% เป็น 3.3% ในขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคครึ่งแรกของปี 2562 มีอัตราการเติบโตลดลงเมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2561”

  ในช่วงครึ่งปีแรกเคทีซียังมีผลการดำเนินงานที่เติบโตเกินคาด โดยสามารถสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่องจากปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรและยอดลูกหนี้ของสินเชื่อบุคคลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการควบคุมคุณภาพพอร์ตที่ดี มีอัตราหนี้เสียที่ต่ำ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 16% หรือเท่ากับ 2,913 ล้านบาท ในขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 2 เท่ากับ 1,323 ล้านบาท  

 เนื่องจากพอร์ตลูกหนี้รวมที่เติบโตขึ้น 7% เป็นผลให้ไตรมาส 2 ของปี 2562 เคทีซีมีอัตราเติบโตของรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5% เท่ากับ 5,528 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนมาจากรายได้ดอกเบี้ย (รวมรายได้ค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) 3,323 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียม 1,218 ล้านบาท และรายได้อื่นๆ (83% มาจากหนี้สูญได้รับคืน) 987 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมภาษีเงินได้) อยู่ที่ 3,871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%  จากค่าใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้นตามจำนวนสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาด

สำหรับมูลค่าหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญมีจำนวนเพิ่มขึ้นที่ 12% จากช่วงเดียวกันของปี 2562 เนื่องจากพอร์ตลูกหนี้ขยายตัว ทำให้มีการตั้งสำรองและตัดหนี้สูญเพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงควบคุมต้นทุนเงินได้ดีมีค่าใช้จ่ายการเงินลดลงที่ 0.5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยรักษาสัดส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้สุทธิ (Operating Cost to Income Ratio) เท่ากับ 26.1% ลดลงจาก 26.4% เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน