Home เงินทอง เงินเกษียณ เงินบำเหน็จ VS เงินบำนาญ’ชราภาพ’ เลือกแบบไหนดี

เงินบำเหน็จ VS เงินบำนาญ’ชราภาพ’ เลือกแบบไหนดี

17500
0
SHARE

หลายคนอาจจะยังมีปัญหาคาใจระหว่าง “เงินบำเหน็จชราภาพ และ เงินบำนาญชราภาพ” ต่างกันอย่างไร และมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ถูกหักเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งเงินส่วนหนึ่งจะถูกกันไว้ดูแลผู้ประกันตนเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้หรือไม่

คำตอบจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้

เงื่อนไขการเกิดสิทธิกรณีบำนาญชราภาพ

– จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน (หรือ 15 ปี) ไม่ว่าระยะเวลา 180 เดือนจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม

– มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

– ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

เงื่อนไขการเกิดสิทธิกรณีบำเหน็จชราภาพ

– จ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน

– ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง

– มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย

นั่นหมายความว่าผู้ที่จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน หรือไม่ถึง 15 ปี เมื่อเกษียณจะได้เป็นเงินบำเหน็จชราภาพเท่านั้น ส่วนผู้ที่จ่ายเงินสมทบ 15 ปีขึ้นไป จะได้เป็นเงินบำนาญชราภาพ

ส่วนประโยชน์ทดแทนกรณีบำนาญชราภาพ

กรณีจ่ายเงินสมทบ มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 180 เดือน มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนใน อัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้น สุดลง

ส่วนที่เกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราบำนาญชราภาพตามข้อ 1 ขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อ ระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน (1 ปี) สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน

ตัวอย่างการคำนวณ กรณีผู้ประกันตนทำงานได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท มาตลอด และส่งเงินสมทบมาแล้ว 20 ปี อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ซึ่งจะได้รับเงินบำนาญ ดังนี้

15 ปี (แรก) ได้อัตราเงินบำนาญ 20%

=  5 ปี (หลัง) ได้อัตราเงินบำนาญ (1.5% (ปรับเพิ่ม) × 5ปี ) = 7.5%

รวมอัตราเงินบำนาญ 20 ปี = 20% + 7.5% = 27.5%

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญรายเดือน = 27.5% ของ 15,000 บาท

= 4,125 บาท/เดือนจนตลอดชีวิต

กรณีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน 5 ปี ทายาทผู้มีสิทธิ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน

= 4,125 บาท  × 10 เท่า

= 41,250 บาท

ขณะที่ประโยชน์ทดแทนกรณีบำเหน็จชราภาพ

กรณีที่มีการจ่าย เงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ มีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ มีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ เพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด

กรณีผู้รับเงิน บำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับคราวสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย

 เมื่อต้องการยื่นขอใช้สิทธิกรณีชราภาพ ต้องใช้หลักฐานประกอบด้วย

แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ (สปส. 2-01)

กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย

สำเนามรณะบัตรและสำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ

สำเนาทะเบียนสมรสของผู้ประกันคนและของบริดามารดา (ถ้ามี)

สำเนาสูติบัตรของบุตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านของบุตร กรณีไม่มีสูติบัตร

หนังสือระบบให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ถ้ามี)

กรณีบำนาญชราภาพ

สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอฯ

สำเนาสมุดบัญชี เงินฝากธนาคารหน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชี (กรณีขอรับเงินทางธนาคาร) ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน 11 แห่ง