Home คอลัมนิสต์ ปิยมิตร ยอดเมือง “เงินทองเป็นมายา” จงอย่าลงทุนจนหมดหน้าตัก

“เงินทองเป็นมายา” จงอย่าลงทุนจนหมดหน้าตัก

710
0
SHARE

วรรคทองตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ที่ว่า เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง ทำเอาคนรุ่นใหม่ถึงกับกุมขมับ เพราะคิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าทำไมจึงมองว่าเงินทองมันเป็น “มายา” ซึ่งแปลว่า สิ่งลวงๆ หรือไม่ใช่สิ่งจริงแท้

หลังจากเกิดเหตุการณ์ทีมหมูป่าติดถ้ำผมก็เข้าใจแนวความคิดของหม่อมเจ้าสิทธิพรกฤดากรต้นกำเนิดของข้อความนี้ได้ชัดเจนขึ้นมาก

ลองคิดดูสิครับ คนที่ติดอยู่ในถ้ำนานนับสัปดาห์ แม้จะมีเงินเป็นล้าน มีทองมากล้น แต่เงินและทองเหล่านั้นก็คงไม่สามารถช่วยให้อิ่มท้องได้ พูดง่ายๆ ก็คือ เงินและทองนั้นนำมากินเป็นอาหารเพื่อประทังชีวิตไม่ได้เงินทองจึงเป็นของมายา

ลองคิดดูครับ…หากมีผู้คนติดอยู่บนเกาะร้างที่ห่างไกลผู้คนหรือติดอยู่ในป่าลึกพร้อมกับเงินหลายล้านคุณคิดว่าพวกเขาจะประทังชีวิตด้วยอะไรครับ  พวกเขาก็ต้องหาผลหมากรากไม้ หาผักหญ้าปลาปู พืชพรรณธัญญาหารรับประทานเพื่อความอยู่รอดใช่ไหมครับ…ข้าวปลาอาหารจึงเป็นของจริง

หากนำแนวคิดนี้มาใช้กับการลงทุน เราก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่า การลงทุนในเงินทองมีผลตอบแทนที่ไม่จีรังยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเงินตราสกุลหลักต่างๆ หรือเงินดิจิตอล ต่างมีการผันแปรในค่าของมันอยู่ตลอดเวลา นั่นเพราะค่าของมันที่เราเห็นหรือรับรู้อยู่ ณ ปัจจุบันมันเป็นมายา อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าค่าก็เปลี่ยนไปแล้ว

แต่ถึงแม้ว่าเงินทองจะเป็นของมายาอย่างไรก็ตามมันก็ยังเป็นที่ต้องการของคนทุกคนเพราะมันได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วทั้งโลกว่าสามารถใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนกับสิ่งของและข้าวปลาอาหารที่ร่างกายและจิตใจของมนุษย์ปรารถนาจะได้มันมาครอบครองหรือบริโภค

เพราะโลกยุคปัจจุบันแตกต่างจากยุคโบราณที่มนุษย์มีถิ่นที่อยู่ในป่าในเขา มีพืชผัก เนื้อสัตว์ที่หาจากป่า เนื้อปลาที่หาได้จากห้วยหนองคลองบึง ตกค่ำก็เข้านอนพักผ่อนเอาแรง ไม่ต้องมีเงินทองก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ตั้งแต่เกิดจนแก่ 

ยุคนี้ความต้องการทางร่างกายไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ซะแล้วเพราะจากการปรุงแต่งของมนุษย์ผู้มีสมองล้ำเลิศประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งปวงทำให้ความต้องการทางจิตใจมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะแซงหน้าความต้องการทางกายไปเสียแล้ว

นั่นจึงเป็นเหตุให้เงินทองเป็นมายาที่เป็นสุดยอดปรารถนาของมนุษย์ 

การนำหลักคิด “เงินทองของมายาข้าวปลาสิของจริง” มาใช้กับการลงทุนและการใช้ชีวิตก็คือ…ควรนำเงินเพียงบางส่วนไปลงทุนใน “มายา” และสำรองไว้สำหรับ “ข้าวปลา” และ “หยูกยา” อย่างเพียงพอ

หากคุณทำสิ่งที่ผิดธรรมชาติ โดยทุ่มเงินทองทั้งหมดไปกับมายาสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาในชีวิตจริงก็คือ แม้แต่ข้าวปลาก็อาจจะไม่มีกิน