Home ลงทุน หุ้น จับตากระแสเงินนอก เมื่อไหร่จะกลับตลาดหุ้น

จับตากระแสเงินนอก เมื่อไหร่จะกลับตลาดหุ้น

383
0
SHARE
เงินลงทุนต่างชาติ

ความปั่นป่วนของตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.นี้ ทำให้เกิดกระแสเงินลงทุนออกจากหลายภูมิภาคทั่วโลกกลับสู่สหรัฐและยุโรป

สำหรับตลาดหุ้นไทยและค่าเงินบาท เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศ ถือว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก เมื่อดูจากภาพรวมของตลาด

ค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2518 อยู่ที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ และล่าสุดเมื่อวันที่  8 มิ.ย. อยู่ที่ 32.03 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่า 1.44% จากต้นปี ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดของปีนี้อยู่ที่ 31.56 บาท/ดอลลาร์

ในขณะที่ นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอย่างหนักตั้งแต่ต้นปี ตามมประสาเงินร้อนที่เข้ามาหาประโยชน์ระยะสั้น โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิไปแล้วถึง 138,250.83 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านั้น ยกเว้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง

อาจเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นมากมายมหาศาล แต่เหตุใดค่าเงินบาทยังแข็งค่า

คำตอบก็คือเศรษฐกิจไทยได้รับอานิสงส์จากเศรษฐโลกเริ่มฟื้นตัว ทำให้ภาคส่งออกขยายตัวต่อเนื่องและเกินดุลการค้า และที่สำคัญคือรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี

แม้กระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลออกจากตลาดหุ้น แต่หากไปดูที่ตลาดตราสารหนี้ จะเห็นว่าเงินทุนต่างชาติในปีนี้ไม่ได้ไหลออก แม้จะเผชิญกับแรงเทขายในช่วงก่อนหน้านี้

จากสถิติของสมาคมตราสารหนี้ไทย ระบุว่าเมื่อสิ้นปี 2560 นักลงทุนต่างชาติถือครองทั้งตราสารหนี้ระยะสั้นและระยาว รวมทั้งสิ้น 850,584 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. มียอดถือครองสุทธิ 884,755 ล้านบาท เท่ากับมีการถือครองเพิ่มขึ้น 34,171 ล้านบาท

แต่ที่น่าจับตา คือในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากวันที่ 4-8 มิ.ย. จะเห็นการไหลมาลงทุนในตลาดตราสารหนี้กันอย่างคึกคัก มีเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเข้าตลาดตราสารหนี้ 32,715 ล้านบาท ทั้งตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาว

จากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ ทั้งจากตลาดหุ้นและตราสารหนี้ จะเห็นว่ามีพฤติกรรมต่างไปจากเดิมจากสมัยก่อนมาก ซึ่งเมื่อก่อนจะมาพักเงินที่ตราสารหนี้ เพื่อรอจังหวัดเกร็งกำไรค่าเงินและตลาดหุ้น แต่ในยุคนี้ที่ความไม่แน่นอนสูงและความผันผวนเกิดจากหลายปัจจัย ทำให้หันมาเข้าตลาดหุ้นโดยตรง “เข้าเร็ว-ออกเร็ว”

เมื่อดูจากค่าเงินบาทและตลาดตราสารหนี้ ไม่ได้มีอะไรที่น่ากังวล เหลือแต่ตลาดหุ้นเท่านั้น ซึ่งคำถามสำหรับคนที่ลงทุนในตลาดหุ้นในขณะนี้ คือ เมื่อไหร่เงินนอกจะไหนกลับ?