Home กองทุน ข่าวสาร เปรียบเทียบเงินสมทบเก่า-ใหม่ จ่ายเพิ่มสูงสุด 1,000 บาท

เปรียบเทียบเงินสมทบเก่า-ใหม่ จ่ายเพิ่มสูงสุด 1,000 บาท

20531
0
SHARE

ปัจจุบันพนักงานลูกจ้างยังคงจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราเดิม คือเก็บที่ 5% ของฐานเงินเดือนขั้นต่ำสุดที่ 1,650 บาท และสูงสุด 15,000 บาท ซึ่งจะถูกหักเงินสูงสุดที่เดือนละ 750 บาท แต่ในปีหน้า (2561) กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้น โดยกำหนดใหม่เป็นแบบขั้นบันไดสูงสุดที่ 20,000 บาท

เมื่อถูกหักในอัตรา 5% เงินสมทบจะเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 1,000 บาท

แม้ขณะนี้ยังไม่มีประกาศการบังคับใช้ แต่สำนักงานประกันสังคม จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในต้นปี 2561 และจะประกาศใช้ทันที

ดูตารางเปรียบเทียบอัตราเงินสมทบเก่า-ใหม่

ส่วนสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนจะเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินสมทบที่จ่ายเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งจะมาบอกเล่ากันต่อไป อย่างไรก็ดี มาดูกันก่อนว่าสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง โดยเงินสมทบที่จ่ายไปเดือนละ 750 บาทนั้น จะไปถูกแบ่งออกเป็นดังนี้

225 บาท ดูแลเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และตาย หากไม่ได้ใช้สิทธิเงินส่วนนี้จะไม่ได้คืน

75 บาท ประกันการว่างงาน หากไม่ได้ใช้สิทธิก็จะไม่ได้คืนเช่นกัน

450 บาท เป็นเงินออมหลังเกษียณ ซึ่งจะได้คืนเมื่ออายุครบ 55 ปี

โดยจะแบ่งสัดส่วนไปตามสิทธิประโยชน์หลักๆ ที่ผู้ประกันตนจะได้รับคือ

ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วย ได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ หรือเครือข่ายของสถานพยาบาลนั้น รวมถึงการบำบัดทดแทนไตกรณีไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ปลูกถ่ายไขกระดูก การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ (หัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน) เปลี่ยนกระจกตา อวัยวะและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค ทำฟัน และเงินทดแทนการขาดรายได้

ทุพพลภาพ ค่ารักษาพยาบาล และเงินทดแทนการขาดรายได้ ค่าใช้จ่ายในกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ ไม่เกิน 40,000 บาท

คลอดบุตร ได้รับค่าคลอดบุตรโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ครั้งละไม่เกิน 13,000 บาท และเงินสงเคราะห์จากการหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร

เสียชีวิต จะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท และเงินสงเคราะห์

สงเคราะห์บุตร ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท (ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์) ต่อบุตรหนึ่งคน กำหนดไม่เกิน 3 คน

ชราภาพ จะได้รับเงินบำเหน็จ หรือเงินบำนาญชราภาพตามหลักเกณฑ์กำหนด โดย อายุครบ 55 ปี สมทบไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำเหน็จ กรณีสมทบตั้งแต่ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป รับเงินเป็นบำนาญ

ว่างงาน ได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงาน กรณีเลิกจ้างหรือเหตุสุดวิสัยที่ 50% ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน ส่วนกรณีลาออกได้รับ 30% ของค่าจ้าง เวลา 3 เดือน