Home ลงทุน มุมธุรกิจ เซ็นทรัลฯเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่งปีนี้

เซ็นทรัลฯเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่งปีนี้

1139
0
SHARE

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เตรียมเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่งในปีนี้  ขณะที่ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากท่องเที่ยวลดลง  

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL พบนักลงทุนในงาน “Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน” ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นายรนชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและการบริหาร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 62 ถึงแม้นักท่องเที่ยวไตรมาส 1 จะเติบโต แต่โตแค่ 1% ซึ่งธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน และนักท่องเที่ยวยุโรปด้วย สำหรับปัจจัยที่สำคัญอีกเรื่องคือเรื่องการเลื่อนวันเลือกตั้งทำให้การจัดงานสัมนาของโรงแรมถูกเลื่อนออกไปซึ่งเป็นผลกระทบด้วยเช่นกัน

ธุรกิจโรงแรมรายได้ล่วงแต่ร้านอาหารยังโต

ส่วนธุรกิจส่งออกอาหารได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามการค้า โดยไตรมาส 1 บริษัทฯมีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,643 ล้านบาท ลดลง 1.7% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจโรงแรมมีรายได้ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 2,755 ล้านบาทลดลง 6.6% จากปีก่อน ด้านธุรกิจอาหารมีรายได้ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 2,887 ล้านบาท เติบโต 3.4%

ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 1 อยู่ที่ 745.3 ล้านบาทลดลง 15.6% ทั้งนี้บริษัทมีสินทรัพย์จนถึงไตรมาส 1 ปีนี้รวมทั้งสิ้น 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน ส่วนหนี้สินสุทธิอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท

นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบริหารสินทรัพย์กล่าวต่อว่า การท่องเที่ยวในไทยไตรมาส 1 มีนักท่องเที่ยว 10.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.5% สัญชาติที่เข้ามามากที่สุดอย่างจีนและยุโรปมีการลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนลดลง 2.8% ส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปลดลง 2.5% ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นสัดส่วนที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเยอะที่สุดคิดเป็น 29% จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ส่วนนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามามากขึ้น 25% แต่อัตราใช้จ่ายเทียบกับชาวจีนยังถือว่าน้อยกว่า ขณะที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้ามาเที่ยวในไทยมากขึ้น 9% ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่เซ็นทาราส่วนใหญ่ยังเป็นชาวจีนยังเป็นอันดับ 1 ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มัลดิฟส์ที่เซ็นทารามีส่วนแบ่งรายได้ 30% ในอุตสาหกรรมโรงแรม ซึ่งชาวอังกฤษเข้าใช้บริการที่เซ็นทาราที่มัลดิฟส์มากสุด

เตรียมเปิดโรงแรมใหม่ในประเทศอีก 2 ที่

สิ้นไตรมาส 1 ปี 62 เซ็นทารามีจำนวนห้องพักทั้งสิ้น 13,477 ห้อง คิดเป็น 68 โรงแรม ในอนาคตถ้าเปิดบริการครบจะมีโรงแรมที่อยู่นอกประเทศไทยมากขึ้น ส่วนโครงการที่เราเข้าไปร่วมทุนมี 5,934 ห้อง อยู่ในประเทศกลุ่มเออีซี และมหาสมุทรอินเดีย ในส่วนที่ลงทุนเองที่พัทยา จำนวน 282 ห้อง เปิดบริการได้ในเดือนก.ย.นี้ ขณะที่ ปี 64 มีโครงการใหญ่ที่ดูไบจำนวน 601 ห้องรอเปิดให้บริการ และในมัลดิฟส์มีการลงทุนเพิ่มอีก 310 ห้อง โดยจะเปิดให้บริการได้ในปี 65

“สำหรับปีนี้จะมีโครงการที่เปิดใหม่และสามารถให้บริการได้เลย 2 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการในประเทศทั้งคู่ โดยเป็นโครงการที่ศรีราชา คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และอีกโครงการที่จ.กระบี่ สามารถเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ปีนี้”

ทั้งนี้ในไตรมาส 1 บริษัทมีผลประกอบการด้านโรงแรม 2,755 ล้านบาท ลดลง 6.5% อัตราการทำกำไรอยู่ที่ 42.7% คิดเป็นมูลค่า 1,776 ล้านบาท ลดลง 11% เป็นผลมาจากความต้องการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยว และมีห้องที่โรงแรมในเกาะสมุยปิดบริการ 36 ห้องตั้งแต่เดือน พ.ค.ปีก่อน จึงมีรายได้น้อยลง

ตัวชี้วัดการดำเนินการเข้าพัก โรงแรมมีรายได้ค่าห้องพักเฉลี่ยลดลง 5.6% คิดเป็น 4,017 บาท มาจากการเข้าพักลดลง 2.7% ซึ่งรายได้หลักยังคงมาจากโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลักคิดเป็น 29% ส่วนมัลดีฟส์ และภูเก็ตอยู่ในอันดับที่ 2  ที่อัตราส่วน 17% เท่ากัน

นางสาวศิวิชยา ลิมุเมธี นักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า ในไตรมาส 1 ปี 62 บริษัทจำนวนร้านอาหารเพิ่มขึ้น 104 สาขา เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของร้าน KFC เป็นหลัก โดยในไตรมาส 1 ธุรกิจอาหารมีรายได้เติบโต 3.4% หรือคิดเป็น 2,887 ล้านบาท

ขณะที่ร้านอาหารในเครือที่ทำรายได้มากที่สุดคือ KFC 57% ส่วนร้านมิสเตอร์โดนัททำรายได้ 14% ลดลง13% เนื่องจากธุรกิจโดนัทมีการแข่งขันสูงและมีสินค้าทดแทนเยอะ

รายได้ในกลุ่มนี้จะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการทำโปรโมชั่น โดยไตรมาส 1 มีการเพิ่มราคาของมิสเตอร์โดนัท ทำให้ยอดขายตก ซึ่งมีการแก้ไขด้วยการจัดโปรโมชั่นให้ราคาถูกลง

นอกจากนี้ บริษัทฯมีการเปิดร้านอาหารใหม่คือร้านสุกี้เฮ้าส์ ในห้างสรรพสินค้าเกตเวย์ บางซื่อ และคาดจะเปิดเพิ่มเป็น 4 สาขาในปีนี้ โดยร้านมีการเสิร์ฟอาหารที่มีลูกเล่นกว่าร้านอื่น ๆ เป็นจุดแข็งในการดึงดูดลูกค้า

ส่วนนายรนชิต กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทมีงบลงทุนจากปีนี้จนถึงปี 64 มูลค่า 27,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งมาลงทุนในปี 62 จำนวน 7,500 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มธุรกิจโรงแรมในปีนี้อาจจะกลับขั้วจากปีที่แล้วที่ต้นปีดีแต่ครึ่งปีหลังไม่ดีเนื่องจากมีเหตุการณืเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต แต่ปีนี้ต้นปีไม่ดี แต่ครึ่งปีหลังจะมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลและมีรัฐบาลใหม่โดยคาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นจะทำให้ธุรกิจโรงแรมดีขึ้นด้วย

ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาของรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการเปิดแบนด์ร้านอาหารใหม่ 3 แบนด์ จะทำให้ยอดขายโดยรวมของธุรกิจประเภทร้านอาหารโตขึ้น 5-6%