Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก จับตาการเมืองอังกฤษ “เบรกซิท”ป่วนตลาดเงินโลก

จับตาการเมืองอังกฤษ “เบรกซิท”ป่วนตลาดเงินโลก

513
0
SHARE
เบรกซิท

ในที่สุดรัฐสภาอังกฤษโหวตคว่ำร่างข้อตกลง Brexit ปิดฉากเทเรซา เมย์ นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคมนี้ ส่งผลกระทบต่อการเมืองที่จะเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย ขณะที่บรรยากาศทางธุรกิจมีทิศทางไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น

รัฐสภาอังกฤษได้ลงมติด้วยการโหวต 391-242 เสียงคว่ำร่างข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (EU) หรือ Brexit ที่เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากได้มีการปรับปรุงข้อตก Brexit ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

ถึงแม้ว่า การเปลี่ยนแปลงร่างข้อตกลงเพิ่มเติมนั้นได้รวมเอาประเด็นข้อขัดแย้งที่มีความอ่อนไหว ในเรื่องที่เป็นจุดเรียกว่า Backstop ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับการการันตีจาก EU ว่า จะไม่มีการกลับไปใช้มาตรการควบคุมชายแดนอย่างเข้มงวดระหว่างไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษ และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกของ EU ถึงแม้ว่า อังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคมก็ตาม

หลังจากที่การโหวตครั้งแรกของรัฐสภาอังกฤษได้คว่ำร่างข้อตกลง Brexit มาแล้วด้วยเสียงถล่มทลาย 432 ต่อ 202 เสียงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดทางการเมืองในรัฐสภารอบ 95 ปี 

จับตาขั้นตอนสำคัญนับจากนี้ไป ถึงการลงมติของรัฐสภาอังกฤษอีกครั้งในวันนี้ว่า จะเห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งหากรัฐสภามีมติไม่เห็นชอบ ก็จะทำการลงมติในวันพฤหัสฯ ว่าจะเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวอย่างเป็นทางการ จากเส้นตายเดิมในวันที่ 29 มีนาคมนี้หรือไม่ ซึ่งเทเรซา เมย์ ได้กล่าวหลังการที่รัฐสภาได้โหวตคว่ำบาตรร่างข้อตกลง Brexit ว่า เป็นการกดดันให้รัฐบาลต้องกลับไปเริ่มต้นเจรจากับ EU ใหม่

ร่างข้อตกลง Brexit ที่ถูกคว่ำบาตรจากรัฐสภาอังกฤษนั้น เป็นการดำเนินของรัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของเทเรซา เมย์ กับ EU ตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา โดยร่างข้อตกลง Brexit ได้ผ่านความเห็นชอบของผู้นำ EU ทั้ง 27 ประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่กลับเป็นร่างข้อตกลง Brexit ที่ส่งผลให้เกิดการต่อต้านจากฝ่ายการเมืองในอังกฤษที่ยังมีกระแสไม่เห็นด้วยกับการแยกตัวออกจาก EU ของอังกฤษ

ทั้งนี้ อังกฤษได้มีการลงประชามติในการแยกตัวออกจาก EU ด้วยเสียงประชาชานที่เห็นชอบจำนวน 52 ต่อ 48 เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 โดยตลอดช่วงเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดความขัดแย้งอย่างหนักในระบบการเมืองอังกฤษ

ขณะที่จุดยืนของฝ่ายคัดค้านร่างข้อตกลง Brexit ทั้งพรรคสหภาพประชาธิปไตยแห่งไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของเทเรซา เมย์ แต่กลับประกาศว่า จะไม่สนับสนุนร่างข้อตกลง Brexit ที่ทำไว้กับผู้นำ EU โดยเชื่อว่าร่างข้อตกลง Brexit ยังคงไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ถึงแม้ว่าจะมีการทบทวนใหม่แล้ว ซึ่งพรรคจะสนับสนุนข้อตกลงที่ให้ความเคารพต่อผลการลงประชามติ

ขณะเดียวกัน European Research Group of Conservative Brexiteers ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อสมาชิกรัฐสภาอังกฤษที่สนับสนุนให้อังกฤษแยกตัวออกจาก EU ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนที่จะลงมติคว่ำร่างข้อตกลง Brexit ที่ระบุว่า ถึงแม้ข้อตกลง Brexit ได้รับการแก้ไขเมื่อวันจันทร์ แต้ก็ยังคงไม่เพียงพอ 

นอกจากนี้ เจฟฟรีย์ คอกซ์ อัยการสูงสุดของอังกฤษ เตือนว่า ความเสี่ยงทางด้านกฎหมายต่อข้อตกลง Brexit ยังคงมีอยู่ แม้ร่างข้อตกลงได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วก็ตาม โดยที่ไม่ได้ช่วยให้อังกฤษสามารถใช้ช่องทางตามกฎหมายในการยกเลิกมาตรการ Backstop ได้เพียงฝ่ายเดียว หากไม่ได้รับการอนุมัติจาก EU

What’s Next for Brexit?…ได้ย้อนกลับมาเป็นย้อนถามต่อแนวโน้มอนาคตของอังกฤษอีก 

โดยที่คำเตือนในเชิงลบของ เจฟฟรีย์ คอกซ์ อัยการสูงสุดของอังกฤษ ต่อความเสี่ยงทางด้านกฎหมาย ทำให้นักลงทุนเพิ่มกระแสความวิตกถึงการเมืองที่จะเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย และบรรยากาศทางธุรกิจมีทิศทางไม่แน่นอน 

ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของเงินปอนด์สเตอร์ลิงที่อ่อนค่าลงทุนทีถึง 2% แตะระดับ 1.3005 ดอลลาร์ หลังจากปรากฏผลการโหวตคว่ำร่างข้อตกลง Brexit บ่งชี้เป็นความพ่ายแพ้ทางการเมืองของเทเรซา เมย์ ถึง 2 ครั้งที่ผ่านมา