Home ลงทุน มุมธุรกิจ “โลจิสติกส์”แข่งเดือด “เบสท์เอ็กซ์เพรส-อาลีบาบา”บุกไทย ชูจุดแข็งส่งทั่วไทยใน 1วัน

“โลจิสติกส์”แข่งเดือด “เบสท์เอ็กซ์เพรส-อาลีบาบา”บุกไทย ชูจุดแข็งส่งทั่วไทยใน 1วัน

925
0
SHARE
บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ บริษัทร่วมทุนในเครืออาลีบาบา เปิดตัวธุรกิจขนส่ง ชูนวัตกรรม ไอโอที บิ๊กเดต้า ส่งสินค้าถึงมือได้ใน 1 วัน ทุ่มงบ 5,000 ล้าน ตั้งเป้า 3 ปีขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์ แย้มอนาคตขยายธุรกิจไฟแนนซ์กู้ซื้อรถ

ดร.อมร มีมะโน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานเปิดตัว ‘เบสท์ เอ็กซ์เพรส’ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ว่า เบสท์โลจิสติกส์ เป็นการร่วมทุนกันระหว่างเบสท์กับอาลีบาบา ซึ่งมีการดำเนินมาธุรกิจแล้ว 6 เดือนด้วยกัน วันนี้จึงเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

“ตรงนี้เราใช้งบประมาณลงทุน 5 เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561-2565 อยู่ที่ราว 5,000 ล้านบาท เพราะเราเล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจการขนส่งในประเทศไทยมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมา”

อ่านเพิ่มเติม มาแล้ว! ยักษ์ใหญ่แดนมังกร “Best Express” โลจิสติกส์ระดับโลก เปิดรับ“ตัวแทน”ในไทย

ส่วนการขยายธุรกิจนั้น ขึ้นอยู่กับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการค้าขายออนไลน์(E-Commerce) เราจะทยอยลงทุน เนื่องจากบริษัทใช้รูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ ผู้ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกเขาเป็นคนลงทุน ทั้งรถ การจัดตั้งสาขา แต่ทางเบสท์จะจัดทำระบบการบริหารจัดการ รวมถึงเทคโนโลยีป้อนให้สมาชิก ทำให้ช่วงแรกนี้ใช้เงินลงทุนไม่สูง

ปัจจุบันมีจำนวนร้านค้าสาขารับส่งพัสดุอยู่ 500 สาขา ปีนี้ตั้งเป้าขยายธุรกิจให้เป็น 2,200 ร้านค้า ส่วนปีต่อไปจะมีแผนอีกทีขึ้นอยู่กับการเติบโตของอุตสาหกรรม

เราตั้งเป้าไว้ว่าในปีนี้จะต้องมีอัตราการขนส่งพัสดุ 1 แสนชิ้น/วัน และในปี 2020 ตั้งเป้าเป็น 1.5แสนชิ้น/วัน สำคัญที่สุดคือการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และทางบริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปีไว้ว่า จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจของส่ง(TOP3)

สำหรับแผนกการลงทุนเรื่องของขยายสาขาแฟรนไชส์เป็นคนดำเนินการ ฉะนั้นสิ่งต่อมาที่บริษัทจะลงทุนคือเรื่องโกดังสินค้า เราจะต้องมีการลงทุนมากขึ้น ซึ่งในอนาคตทางบริษัทมองไว้ว่าอาจจะต่อยอดทำธุรกิจไฟแนนซ์เหมือนบริษัทแม่ที่ประเทศจีน เช่น จัดไฟแนนซ์ซื้อรถยนต์ขนส่งให้กับสมาชิก อย่างรถบรรทุก 6 ล้อขนส่ง ที่ต้องใช้เงินทุนสูง เป็นต้น

โดยบริการของเบสท์ เอ็กซ์เพรส จะให้บริการรับส่งพัสดุ ทุกที่ต้องทั่วประเทศภายใน1วันต้อง ครอบคลุมทั่วประเทศ และราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาทต่อชิ้นเท่านั้น

  1. รับส่งพัสดุ ไม่เกิน 50 กิโลกรัม(ชิ้นเล็ก)
  2. บริหารจัดการส่งสินค้าให้ SMEs
  3. บริหารคลังสินค้า มี1ที่ กรุงเทพในเขตบางนา

การแข่งขันในธุรกิจที่ปัจจุบันมีเจ้าตลาดอยู่ 2-3 ราย ตรงนี้ เบสท์ มองว่าเราแข่งกับตัวเราเอง ลูกค้าเขาอยากใช้บริการเพราะราคาถูก เราก็ลดต้นทุนให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งเชื่อมั่นว่าเราสามารถทำราคาถูกได้มากที่สุด เพราะ 1.เรามีเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเข้ามาช่วย 2.ความรวดเร็ว ได้รับของเร็วที่สุด เมื่อมีสองข้อนี้เชื่อว่าราคาถูกสุดและจัดส่งรวดเร็ว ลูกค้าเลือกใช้เราแน่นอน

แม้ บริษัท เบสท์ โลจิสติกซ์ จะเป็นบริษัทในเครือ อาลีบาบา ที่เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 รวมถึงในประเทศไทยก็เป็นการร่วมทุน แต่การบริการจะเปิดกว้างให้กับแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์ทุกเจ้า ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee ไม่ได้รับเฉพาะ Alibaba เท่านั้น การเติบโตของบริษัทจะโตไปคู่กับอีคอมเมิร์ซ

ด้าน ศ.ดร.ฐาปณา บุญหล้า ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันโลจิสติกส์แห่งเอเชีย มองว่าแนวโน้มการเติบโตโลจิสติกส์ของไทยมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะด้านการขนส่ง เป็นโอกาสดีที่ เบสท์ กรุ๊ป เข้ามามาสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล เชื่อว่าปีนี้น่าจะโตขึ้นไม่น่าจะต่ำกวาา 17-18% อนาคตของการขนส่งในไทยเราต้องมองเป็น 3 ภาพชัดๆ คือ ระดับโลก ระดับภูมิภาค ระดับท้องถิ่น โจทย์คือ ทำอย่างไรให้ผลไม้ไทย สินค้าเกษตรไปสู่คนทั้งโลก

จุดของประเทศไทยอยู่ตรงกลาง เป็นจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน ซึ่งเราต้องอยู่ค้าขาย ท่องเที่ยว ทุกอย่างเราต้องพึ่งพาการขนส่ง เบสท์ เป็นธุรกิจที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยี อยู่ด้วยข้อมูล ฉะนั้นการเข้ามาพัฒนาประเทศไทยเป็นการสนับสนุนรัฐบาล เข้ามาลงทุนในประเทศ จึงเป็นการพัฒนาศักยภาพของไทยได้เป็นอย่างมาก

นายจอห์นนี่ ชูว ประธานกลุ่มบริษัทเบสท์ (BEST Inc.) กล่าวว่า เราเชื่อในเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ ทุกๆอย่างจะถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบไปด้วยเทคโนโลยี และประเทศไทยมีการเติบโตของการขนส่งที่สูงมาก แต่สิ่งที่จะสนับสนุนธุรกิจนี้ในการพัฒนาให้เติบโตขึ้น คือ การพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยี ทำอย่างไรให้ส่งเร็วขึ้นอีก การจัดเก็บบริหารข้อมูล เมื่อทุกอย่างรวมกันจะก่อให้เกิดเป็นการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่

นายวรุต ชคทิตย์ แฟรนไชส์ซี เบสท์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เผยว่า ทำไมคนจีนถึงรวยกันทั้งประเทศ นั่นเพราะ IoT กับ การขนส่ง มาเสริมปีสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจไทย ทำให้คนรากหญ้าได้ลืมตาอ้าปาก ทำให้ 3 ปีข้างหน้า คนไทยก็จะมั่งคั่งเหมือนประเทศจีนเรามีผลไม้ที่อร่อย มีอาหารที่หลากหลาย แต่เราไม่มีลูกค้า ฉะนั้นสิ่งที่ ‘เบสท์’ ทำคือเหมือนสะพานเชื่อมคนห่างไกลเข้าสู่โลกการค้า ตัวธุรกิจไม่ใช่เงินเป็นหลัก แต่เป็นการช่วยเหลือผู้คน จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ต้องชื่นชมที่รัฐบาลนี้ทำให้เรารู้จักดิจิทัล รู้จักธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งการนำเบสท์เข้ามาทำให้การค้าขายไปได้ไกลมากขึ้น ที่สำคัญคือความหวังและโอกาสของผู้ประกอบการ

นางสาวนิลรัตน์ แสนสุข กรรมการบริหาร บริษัท เถาเปาทูยู จำกัด บอกว่า เรื่องของขนส่งเรายังไม่สามารถส่งไปได้ทั่วทั้งหมดทั่วประเทศตรงนี้ยังเป็นปัญหา รวมถึงราคา ที่มีข้อบังคับให้เราต้องเปิดเผยราคาให้ชัดเจน ตรงนี้จะทำให้เกิดการกดราคากันเอง

ส่วนการเติบโตของธุรกิจการขนส่งนี้พึ่งจะมีมาช่วง 5-6 ปีหลังนี้ สังเกตได้จากผู้สูงอายุที่มีการใช้สมาร์ทโฟน สั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก การค้าขายออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ

ฉะนั้นการเข้ามาของ ‘เบสท์’ จะทำให้คนไทยไม่ได้ขายของให้กันเองแค่ 60 ล้านคนอีกต่อไป แต่จะขายของได้กับคนทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 600 ล้านคน

ด้านนายวิทยากร มณีเนตร กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ระบบโลจิสติกซ์มีความสำคัญต่อความสำคัญเป็นอย่างมาก ในยุคที่อีคอมเมิร์ซเข้ามามีบทบาทกับการค้าขาย การสนับสนันด้านการลงทุนโลจิสติกส์เป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการไทย ชุมชน เครือข่ายพันธมิตร เข้าไปสู่ตลาดโลก กับเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลได้

นอกเหนือจากประเทศไทย เบสท์ กรุ๊ป ได้ขยายสาขาออกไปกว่า 16 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ จีน อเมริกา เยอรมัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี จนถึงประเทศไทย โดยมีศูนย์ปฎิบัติการณ์กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ อย่างในกรุงเทพฯ ขอนแก่น พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี

สำหรับธุรกิจของ เบสท์ เอ็กซ์เพรสนั้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก