Home ลงทุน มุมธุรกิจ ‘เปรมชัย กรรณสูต’ ผู้ปั้นอาณาจักรอิตาเลียนไทย

‘เปรมชัย กรรณสูต’ ผู้ปั้นอาณาจักรอิตาเลียนไทย

2860
0
SHARE
ไอทีดี

กลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง สำหรับ เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เข้าควบคุมตัวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ขณะนี้ เจ้าหน้าฯได้แจ้งความดำเนินคดีกับเปรมชัยและคณะในหลายข้อหา ส่วนคดีจะเป็นอย่างไรนั้น เชื่อว่าคนในสังคมไทยเฝ้าดูด้วยใจจดจ่อว่าจะสามารถเอาผิดได้หรือไม่ เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า “เปรมชัย กรรณสูต” ถือว่า“ไม่ธรรมดา”

เปรมชัย เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูตและม.ร.ว.หญิง พรรณจิต(สกุลเดิม วรวรรณ) จากบุตรทั้งหมด 5 คน คือ นายเอกชัย นางพิไลจิตร นางนิตพร นางอรเอม โดย เปรมชัยเป็นน้องชายคนเล็กสุด

นายแพทย์ชัยยุทธ เริ่มดำเนินธุรกิจก่อสร้างจากความสำเร็จในการได้รับสัมปทานการกู้เรือเดินทะเล ในปี พ.ศ. 2497 โดยเป็นหุ้นส่วนระหว่างนายแพทย์ชัยยุทธ และมิสเตอร์ จิโอจิโอ เบลลินเจียรี่ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนวิศวกร ชาวอิตาลี โดยได้ทำการกู้เรือจนประสบความสำเร็จ

จากจุดนี้เองได้นำไปสู่การก่อตั้งเป็น บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ไอทีดี ) ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501 โดยเริ่มต้นทุนจดทะเบียนด้วยเงิน 2 ล้านบาท

นายแพทย์ชัยยุทธวางเป้าหมายให้บุตรชาย 2 คนรับช่วงต่อกิจการ โดยได้ส่งทั้งสองคนไปศึกษาต่อด้านวิศวกรรม

เอกชัย กรรณสูต พี่ชายคนโต จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก WORCESTER POLYTECHNIC INSTITUTE ที่ BOSTON สหรัฐอเมริกาเพื่อที่จะมาดูงานด้านการก่อสร้างของบริษัท แต่ต่อมาเสียชีวิตในขณะยังทดลองทำงานอยู่ที่บริษัทเครื่องจักรกลสยามในเครืออิตัลไทย

ด้าน เปรมชัย เริ่มศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา จากนั้นไปเรียนต่อ MINING ENGENEERING จาก COLORADE UNIVERSITYและจบเอ็มบีเอจาก UNIVERSITY OF SOUTHERN CALIFORNIA

เปรมชัย จบการศึกษาและเข้าทำงานในไอทีดี แต่บทบาทโดดเด่นมากขึ้นในกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง หลังจากการเสียชีวิตของพี่ชาย เมื่อปี 2522 และมิสเตอร์จิโอจิโอในปี 2524

ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นช่วงที่ เปรมชัย เผชิญความท้าทายมากที่สุดในการบริหาร เมื่อเกิดความขัดแย้งภายในบริษัทฯ แต่เนื่องจากบทบาทอันโดดเด่นของเปรมชัย ทำให้สามารถฟันฝ่าจนขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของไอทีดีในที่สุด

บทบาทโดดเด่นมาพร้อมสายสัมพันธ์การเมือง

ชื่อเสียงและบทบาทอันโดดเด่นของ เปรมชัย เกิดขึ้นใจช่วงที่รัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก(อิสเทิร์นซีบอร์ด) ในปี 2529-30 ซึ่งไอทีดีชนะประมูลในการก่อสร้าง

ในช่วงนี้เองทำให้ชื่อเสียงของเปรมชัยโดดเด่นขึ้นมาในธุรกิจรับเหมาโครงการใหญ่ระดับประเทศ และสายสัมพันธ์ทางการเมืองของเปรมชัยก็เริ่มก่อตัวขึ้น

จากนั้น ไอทีดี ก้าวกระโดดอีกครั้ง เมื่อเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย(ตลท.)ในปี พ.ศ. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,500 ล้านบาท จนปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 6,337.92 ล้านบาทและ มีทุนชำระแล้ว 5,279.84 ล้านบาท โดยมีตระกูลกรรณสูตถือหุ้นรวม 27.14% ซึ่ง เปรมชัย ถือหุ้นใหญ่ 14.88%

แต่ไอทีดี ก็เหมือนกับธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆของประเทศ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เนื่องจากกู้เงินจากต่างประเทศค่อนข้างมาก ทำให้ต้องปรับโครงสร้างหนี้ จนออกจากแผนฟื้นฟูเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ.2545

หลังจากผ่านพ้นวิกฤตมาได้ ไอทีดี ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่สุดของไทยในเรื่องรายได้ และอาจเป็นกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาด้านวิศวกรรมโยธาที่ใหญ่ที่สุดในอาเซีย

โครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ล้วนแต่มีชื่อของไอทีดี เป็นผู้ชนะประมูล เช่น โครงสร้างท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟใต้ดิน โครงการก่อสร้างทางรถไฟ และโครงการขนาดใหญ่อื่นๆอีกหลายโครงการ ซึ่งเมื่อเห็นโครงการขนาดใหญ่ที่ไหน ก็มักจะเห็นโลโก “ITD”สีแดงโดดเด่นเสมอ

นอกจากนี้ ไอทีดี ขยายงานไม่หยุดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งใน อินเดีย บังคลาเทศ กัมพูชา สปป.ลาว อินโดนีเซีย ลาว มัลดีฟส์ สภาพพม่า ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม ออสเตรเลีย และฮ่องกง

ไอทีดีเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ในยุคของเปรมชัย นับว่าไอทีดีเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ ที่มีการกระจายความเสี่ยงเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในต่างประเทศราว 50% อีกทั้งเป็นรายได้มาจากภาคเอกชน 50% เพราะเสี่ยงเกินไปที่จะรับงานจากภาครัฐและพึ่งพารายได้มาจากภายในประเทศมากเกินไป

ปัจจุบัน ไอทีดี มีงานในมือราว 300,000 ล้านบาท

10 อับดับก่อสร้างธุรกิจรับเหมารายใหญ่ของไทยในปี 2559

ไอทีดี เติบโตอย่างก้าวกระโดด เข้าร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐทุกประเภท รวมทั้งงานก่อสร้างภาคเอกชนทุกประเภท ตั้งแต่ ท่าอากาศยาน ระบขนส่งมวลชน อาคาร เขื่อนและอุโมงค์ ทางหลวง ทางด่วน ทางรถไฟ สะพาน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โรงไฟฟ้า เหมืองแร่และถ่านหิน งานก่อสร้างทางทะเล งานวางท่อ โครงสร้างเหล็ก และงานด้านสื่อสาร

หากดูอาณาจักรทางธุรกิจก่อสร้างของไอทีดี นับว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย นอกจากมีบริษัทย่อยที่แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจราว 36 บริษัท ยังมีกิจการร่วมค้าที่ร่วมงานกับผู้รับเหมารายอื่นอีกราว 15 บริษัท

โครงสร้างบริษัทอิตาเลียนไทย
โครงสร้างบริษัทอิตาเลียนไทย

ในด้านสายสัมพันธ์ทางการเมือง ต้องถือว่าเปรมชัยมีสายสัมพันธ์กับทุกพรรค โดยเฉพาะในช่วงพรรคไทยรักไทย ที่ได้รับงานประมูลในโครงการขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ

สายสัมพันธ์ทางการเมืองที่แนบแน่น เห็นได้จากไอทีดี ได้สัมปทานทำนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกที่ทวาย ในเมียนมา ซึ่งในครั้งนั้นรัฐบาลภายใต้พรรคเพื่อไทยเร่งผลักดันอย่างมาก อีกทั้งมีภาพถ่ายเผยแพร่ออกมาว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยบินลงสำรวจพื้นที่ด้วยตนเองอีกด้วย แม้จะลี้ภัยอยู่ต่างแดน

แต่ภายหลังการเมืองเปลี่ยนแปลงและะมีการเปลี่ยนแปลงในเมียนมา ทำให้โครงการขนาดใหญ่หดแคบลง เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาต้องการให้เป็นโครงการระดับประเทศและเป็นความร่วมมือระดับรัฐบาล โดยดึงญี่ปุ่นเข้าร่วมด้วย โดยรัฐบาลเมียนมาเห็นว่าโครงการนี้มีขนาดใหญ่เกินกำลังภาคเอกชนเพียงรายเดียว แต่ต้องการให้เป็นโครงการความร่วมมือระดับรัฐบาล

กระนั้นก็ตาม ไอทีดีก็ยังได้รับสัมปทานดำเนินการต่อไป แต่ความคืบหน้าด้านอื่นๆเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมกับพื้นที่ชายแดนประเทศไทย ซึ่งไม่ได้มีการเร่งรัดหรือโหมข่าวเหมือนก่อนหน้านี้

โครงการนี้ถือว่าไอทีดีเจ็บตัวมากที่สุด เพราะลงทุนไปแล้วนับหมื่นล้านบาท แต่โครงการดำเนินไปอย่างล่าช้า ซึ่งในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แทบไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก

ในช่วงแรกของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนว่า บทบาทของเปรมชัย ในนามไอทีดีจะลดลงไป ในขณะที่คู่แข่งรายใหญ่อย่างช.การช่างและซิโน-ไทย เข้ามามีบทบาทในโครงการภาครัฐอย่างเห็นได้ชัด

แต่การประมูลโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไอทีดีก็สามารถเบียดเข้ามาได้หลายโครงการ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแม้จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการเมืองในบางช่วงบางเวลา แต่ในที่สุดแล้ว ไอทีดี ก็สามารถกลับมาได้ทุกครั้ง

ความสัมพันธ์ทางการเมืองของเปรมชัย นับว่า“ไม่ธรรมดา” เมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของไอทีดี ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าธุรกิจก่อสร้างของไทย ถือเป็นหนึ่งใน“ธุรกิจการเมือง”ขนาดแท้และดั่งเดิม

จากคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในครั้งนี้ ยังมีคำถามว่าจะเอาผิดได้หรือไม่ ท่ามกลางการจับตาของสังคมว่าจะจบลงอย่างไร

เมื่อดู “ความไม่ธรรมดา”ของเปรมชัย ทำให้เกิดการคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าถึงที่สุดแล้วคงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ก็จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งของสังคมไทย ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะสามารถแก้ปมในใจของคนไทยได้หรือไม่