Home กองทุน แหล่งความรู้ เข้าใจ”เปอร์เซ็นต์ไทล์” ก็ลงทุนแบบมืออาชีพได้

เข้าใจ”เปอร์เซ็นต์ไทล์” ก็ลงทุนแบบมืออาชีพได้

1329
0
SHARE
เปอร์เซ็นต์ไทล์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การลงทุนผ่านกองทุนรวมได้รับความนิยมจากนักลงทุน นอกจากจะบริหารแบบมืออาชีพ ยังมีกองทุนหลากหลายประเภทให้เลือก แต่คำถามที่เกิดขึ้นสำหรับคนที่ต้องการลงทุนผ่านกองทุนรวมคือจะเลือกลงทุนอกงทุนประเภทไหนดี และจะดูอย่างไรว่ากองทุนไหนดีที่สุด

ยิ่งในภาวะตลาดผันผวนในทุกวันนี้ ก็ยิ่งยากไปอีกเท่าตัว ในการเลือกกองทุนหรือปรับพอร์ตลงทุนใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายทางการเงิน

ทุกวันนี้ หากนักลงทุนเดินเข้าไปในธนาคาร และแสดงความสนใจลงทุนกองทุนรวม ก็จะพบว่ามีข้อมูลมากมาย แต่ส่วนมากผู้เสนอขายมักจะมีกองทุนของบริษัทจัดการกองทุนรวม(บลจ.)เสนอขายซะมากกว่า ซึ่งก็ยิ่งสร้างความปวดหัวให้มากขึ้นไปอีก

ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) กำหนดให้บรรดากองทุนต่าง ๆ ต้องเปิดเผยข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์กับผู้ลงทุนในการตัดสินใจ แต่กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่

อย่างไรก็ตาม มีเครื่องมือง่าย ๆ ที่สมาคมบริษัทจัดการลงทุน ได้จัดทำเครื่องมือที่เรียกว่า “ข้อมูลเปรียบเทียบผลการดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์” หรือที่เรียกว่า Peer Group Performance ซึ่งเริ่มเผยแพร่มานานตั้งแต่ปลายปี 2557 และมีการเผยแพร่ให้นักลงทุนเป็นประจำทุกเดือน

“การดำเนินงานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์” คืออะไร

วิธีคิด “เปอร์เซ็นไทล์” ได้ประยุกต์ใช้หลักทางสถิติ เพื่อมาวัดการดำเนินงานของบรรดากองทุนรวมทั้งหมดที่ออกขาย ซึ่งคนที่ไม่มีความรู้ทางสถิติหรือทางคณิตศาสตร์ก็ไม่ต้องไปสนใจที่มาที่ไปของตัวเลขให้มากนัก แต่มุ่งไปทำความเข้าตัวเลขที่ออกมาขั้นสุดท้ายและออกมาให้นักลงทุนได้เปรียบเทียบผลดำเนินงานกองทุน

ในช่วงแรก คือ อัตราผลตอบแทน (Return) เป็นข้อมูลที่นักลงทุนต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะจะใช้ในการเปรียบเทียบกองทุนของเราเองกับผลตอบแทนกับกองอื่น ๆ โดยมีการแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ตามอัตราผลตอบแทนของกองทุน คือ

  • 5th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 5 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Top 5% performance)
  • 25th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 25 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Top 25% performance)
  • 50th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 50 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Median Performance)
  • 75th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 75 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Bottom 25% performance)
  • 95th Percentile แสดงผลการดำเนินงานของกองทุนอันดับที่ 95 เปอร์เซ็นต์ไทล์ (Bottom 5% performance)

ตัวเลขตรงนี้ อ่านอย่างไร

ตีความง่าย ๆ คือ 5th Percentile หมายถึงผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดใน 5% ของบรรดากองทุนทั้งหมดที่นำมาเปรียบเทียบผลตอบแทน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด

จากนั้นก็ลงไปเรื่อย ๆ ลำดับถัดไปคือค่าเฉลี่ยผลตอบแทนบรรดากองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 25% แรกที่นำมาเปรียบเทียบเทียบ จนถึง 95% ตามลำดับ

จากนั้นก็ลองเปรียบเทียบผลตอบแทนของบรรดากองทุนที่เราลงทุนว่ามีกองทุกประเภทไหนบ้าง ซึ่งจะต้องเปรียบเทียบใน “ประเภทเดียวกัน” อาทิ หากลงทุนในกองทุนตราสารทุน ก็ต้องไปดูเปรียบเทียบกับกลุ่ม “ตราสารทุน” ด้วยกัน และมีช่วงเวลาให้ใช้ในการเปรียบเทียบด้วย ซึ่งจะทำให้เราทราบว่ากองทุนที่มีอยู่นั้นอยู่ “Percentile” กลุ่มไหน

ตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการประเมินกองทุนที่ถืออยู่ หรือ สำหรับคนที่ต้องการจะปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ แต่มีเงื่อนไขว่านักลงทุนต้องเปรียบเทียบ”กองทุนประเภทเดียวกัน” และ “กรอบเวลา”ในการดูผลตอบแทนเท่ากัน

แต่การดู “Percentile” อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ มีอีกตัวที่ต้องดู นั่นคือ Standard Deviation มีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ (%)

Standard Deviation ก็คือ ค่าความันผวน หรือ ความเสี่ยงนั่นเอง ยิ่งมากก็ยิ่งเสี่ยงมาก ดังจะเห็นได้ว่ากองทุนตราสารทุน มีค่าตัวนี้มากกว่า กองทุนตราสารหนี้ ดังนั้น การลงทุนในกองทุน นอกจากจะดู “อัตราผลตอบแทน”แล้ว ยังต้องดู “ความผันผวน”ด้วย

แล้วจะดูอย่างไรว่ากองทุนที่ลงทุนนั้นเหมาะสมหรือไม่ กับผลตอบแทนและความเสี่ยง

โดยทั่ว ๆ ไปจะยึดหลัก “ค่ากลาง” ที่ระดับ “50th Percentile” ถ้าผลตอบแทนในกองทุนรวมที่ถืออยู่ต่ำกว่านี้ ก็ถือว่า “ต่ำมาตรฐาน” แต่ถ้าสูงกว่านี้ก็ถือว่า “สูงกว่ามาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบผลดำเนินการ ต้องเข้าใจในเบื้องต้นว่าเป็นผลดำเนินการ”ในอดีต” ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งไม่ได้การันตีอะไรว่าจะดีเหมือนเดิมในอนาคต ดังนั้น นักลงทุนต้องตัดสินใจจากองค์ประกอบอื่น ซึ่งเครื่องมือนี้เพียงแต่กำลังบอกว่า “พอร์ต”ลงทุนเป็นอย่างไร และยังอาการดีอยู่หรือไม่