Home ทิศทางเศรษฐกิจ สตาร์บัคส์ทุกสาขาเลิกใช้หลอดพลาสติก

สตาร์บัคส์ทุกสาขาเลิกใช้หลอดพลาสติก

605
0
SHARE

สตาร์บัคส์กำลังจะเลิกใช้หลอด โดยบริษัทกาแฟแห่งนี้ประกาศว่าจะค่อยๆ เลิกใช้หลอดพลาสติกในทุกสาขาที่บริษัทดำเนินการเองและสาขาที่ได้ licensed จำนวนมากกว่า 28,000 สาขา ภายในปี 2563

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้สตาร์บัคส์เลิกใช้หลอดพลาสติกได้ปีละกว่า 1,000 ล้านหลอด

ทั้งนี้ หลอดพลาสติกมีส่วนสร้างมลพิษในทะเลและมหาสมุทร ทั้งยังเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ จนรัฐบาลของบางประเทศเริ่มห้ามใช้หลอดพลาสติกแล้ว

ในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น สตาร์บัคส์จะเปลี่ยนจากฝาพลาสติกแบนๆ ที่ใช้เสียบหลอด เป็นฝาที่มีช่องให้ดื่ม ส่วนเครื่องดื่ม Frappuccino จะยังเสิร์ฟพร้อมฝาทรงโดม แต่ใช้หลอดที่ทำจากกระดาษหรือพลาสติกที่ย่อยสลายได้ ส่วนคอกาแฟที่ยังชอบใช้หลอดในการดื่มเครื่องดื่มประเภทอื่น ก็สามารถขอหลอดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้

เครื่องดื่มบางอย่างของสตาร์บัคส์ เช่นเครื่องดื่มเย็นบางอย่างนั้น เสิร์ฟในแก้วที่มาพร้อมฝาแบบไม่มีหลอดแล้ว

สตาร์บัคส์จะเริ่มใช้ฝาปิดแบบใหม่ๆ สำหรับเครื่องดื่มทุกชนิดในฤดูใบไม้ร่วงนี้ เริ่มจากสาขาในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา และเมืองซีแอตเทิล อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์ในสหรัฐ

นอกจากนั้น บริษัทยังนำร่องใช้ฝาปิดแบบไม่มีหลอดกับเครื่องดื่ม Draft Nitro ในจีน สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามด้วย

เควิน จอห์นสัน ซีอีโอสตาร์บัคส์ แถลงว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นก้าวสำคัญในความพยายามเดินหน้าสู่ความยั่งยืนของบริษัท ก่อนหน้านี้สตาร์บัคส์มีแผนทุ่มเงิน 10 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยพัฒนาแก้วที่สามารถรีไซเคิลและย่อยสลายได้สำหรับเครื่องดื่มร้อน

สตาร์บัคส์ระบุว่าบริษัทเป็นผู้ค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุด ที่รับปากจะเลิกใช้หลอดพลาสติก

นอกจากสตาร์บัคส์แล้ว บริษัทอื่นก็ทยอยเลิกใช้หลอดพลาสติกเช่นกัน อย่างเดือนที่แล้ว แมคโดนัลประกาศว่าจะเริ่มเปลี่ยนไปใช้หลอดกระดาษในอังกฤษกับไอร์แลนด์เดือนก.ย.นี้

ขณะที่เมื่อเดือนพ.ค. สหภาพยุโรประบุให้ห้ามใช้พลาสติกบางประเภท รวมถึงหลอด

ส่วนในสหรัฐนั้น รัฐบาลท้องถิ่นได้วางข้อจำกัดในทำนองเดียวกัน อย่างเมืองซีแอตเทิลที่ห้ามใช้หลอดและภาชนะพลาสติกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนเมืองโอคแลนด์กับเบิร์กลีย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเมืองอื่นๆ ก็ห้ามใช้หลอดประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

รัฐบาลอังกฤษระบุว่านก 1 ล้านตัว และสัตว์น้ำมากกว่าแสนตัวตายลงในแต่ละปี สืบเนื่องจากกินและเข้าไปติดในขยะพลาสติก

ผู้อำนวยการโครงการทะเลปลอดขยะของ Ocean Conservancy ระบุว่าการตัดสินใจของสตาร์บัคส์เป็นตัวอย่างที่ดีของการที่ภาคธุรกิจสามารถช่วยแก้ปัญหามลพิษทางทะเลได้ เพราะด้วยปริมาณพลาสติกที่เข้าสู่ทะเลและมหาสมุทรปีละ 8 ล้านเมตริกตัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่สามารถนิ่งเฉยอยู่ได้