Home ทิศทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณแผ่ว ฉุด”ส่งออก-ท่องเที่ยว”ไทย

เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณแผ่ว ฉุด”ส่งออก-ท่องเที่ยว”ไทย

1191
0
SHARE
ธงชาติจีน

เศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ในไตรมาสแรกประคองตัวได้ ขยายตัว 6.4% คาดกระทบส่งออกไทยและนักท่องเที่ยวจากจีน

เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.4% ในไตรมาส 1 ปี2562 ทรงตัวจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 โดยแม้ว่าการส่งออกของจีนจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรง อย่างไรก็ดี นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐเริ่มเห็นผลอีกทั้งความคืบหน้าของการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นดีขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ช่วยประคองโมเมนตัมทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงปลายไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

  • เศรษฐกิจจีนไตรมาส1/2562ขยายตัวที่ 6.4% โดยถูกฉุดรั้งด้วยการส่งออกที่ชะลอตัวลงจากอุปสงค์โลกที่อ่อนแรงเป็นหลัก ซึ่งการส่งออกจีนในไตรมาส 1/2562 ขยายตัวเพียง 0% เมื่อเทียบกับการขยายตัวที่ 9.9% ในปี 2561

อย่างไรก็ดี การส่งออกจีนพลิกกลับมาขยายตัวถึง 14.2% ในเดือนมีนาคม 2562 เมื่อเทียบกับการหดตัวที่ 20.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความผันผวนของการส่งออกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งการส่งออกจีนในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้หดตัวหลังจากผู้ประกอบการจีนได้มีการเร่งส่งออก (Front-loading)ในช่วงปลายปีที่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการขึ้นภาษี ในขณะที่การส่งออกจีนกลับมาขยายตัวในเดือนมีนาคมหลังจากที่สหรัฐฯ ตกลงที่จะเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้าจีนเพิ่มเติมออกไปก่อน จากกำหนดเดิมที่ 1 มีนาคม 2562 ส่งผลให้ผู้ประกอบการจีนเร่งส่งออก (Front-loading)อีกครั้ง สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของภาคการผลิตจีนในเดือนมีนาคมยังเร่งตัวสูงขึ้นกลับมาเป็นทิศทางขยายตัวที่ 50.8 หลังจากที่ชะลอตัวลงใน 2 เดือนแรกของปีนี้

ดังนั้น การเร่งตัวขึ้นของการส่งออกจีนในเดือนมีนาคมนั้นไม่ได้แสดงถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง หากแต่ถูกขับเคลื่อนด้วยการเร่งส่งออกเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบของสงครามการค้า ทั้งนี้ ด้วยอุปสงค์โลกมีแนวโน้มที่จะอ่อนแรงลง คงส่งผลให้การส่งออกของจีนในปีนี้ไม่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี 2562 ได้

  • อย่างไรก็ดีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐมีส่วนช่วยประคองโมเมนตัมทางเศรษฐกิจของจีนไม่ให้ชะลอลงไปมากกว่านี้

รัฐบาลจีนเห็นชอบให้มีการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ถึง 16 โครงการ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 โดยมีวงเงินสูงถึง1 ล้านล้านหยวน (1.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ส่งผลให้การลงทุน (Fixed asset investment)ในไตรมาส 1/2562 เติบโตในอัตราเร่งขึ้นที่ 6.3% เมื่อเทียบกับร้อยละ 5.9% ในปี 2561ในขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นและช่วยกระตุ้นภาคการผลิตและภาคการลงทุนให้ขยายตัวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การบริโภคของจีนนั้นเริ่มฟื้นตัวจากอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลดภาษีเงินได้ ภาษีนำเข้า รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มอันจะเริ่มมีผลในไตรมาส 2 ปี 2562 มีส่วนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของครัวเรือน ส่งผลให้การค้าปลีกในเดือนมีนาคม 2562 เติบโตเร่งขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 8.7%

แนวโน้มเศรษฐกิจจีนปี 2562 ยังคงอ่อนแรง จากการส่งออกที่จะยังชะลอตัว ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูงโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี2562 จะเติบโตที่ 6.2% (กรอบคาดการณ์ที่ 6.0-6.4%) โดยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนน่าจะผ่านจุดสูงสุดที่ไตรมาสแรก และคงชะลอตัวลงในช่วงที่เหลือของปี

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจัยเชิงบวกจะมีจำกัดจากความเปราะบางทางเศรษฐกิจของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัญหาหนี้ที่เร่งตัวสูงขึ้น ในขณะที่ปัจจัยภายนอกยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก

  • การส่งออกจีนมีแนวโน้มที่จะยังคงชะลอตัวจากอุปสงค์โลกที่ยังคงอ่อนแรงโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การส่งออกจีนน่าจะชะลอสู่ระดับ 3.0-5.0% ในปี 2562 เทียบกับการขยายตัว 9.9% ในปี 2561 ทั้งนี้ แม้ว่าข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่มาก นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคงเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการส่งออกของจีนในปีนี้
  • อย่างไรก็ดี นโยบายลดภาษีต่างๆ ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)และภาษีนำเข้า รวมถึงการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายภาครัฐ จะช่วยประคองโมเมนตัมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนและช่วยลดทอนผลกระทบทางลบจากปัจจัยภายนอกได้บางส่วนโดยในเดือนเมษายน 2562 ทางการจีนได้มีการปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตจาก 16% เป็น 13% ในขณะที่ ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและขนส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่มถูกปรับลดจาก 10% เป็น 9% อีกทั้งทางการจีนจะปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์และรถจักรยาน นอกจากนี้ ทางการจีนได้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มงบประมาณรายจ่าย โดยตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในปีนี้ เทียบกับปีก่อนหน้าที่ 2.6%
  • จีนยังคงเผชิญความท้าทายจากระดับหนี้ภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูง สะท้อนความเปราะบางในระบบการเงินของจีระดับหนี้โดยรวมของจีนปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 299% ของGDPทั้งนี้ หนี้ภาคธุรกิจ (ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน) มีสัดส่วนมากกว่า 40% ของหนี้ทั้งหมด ซึ่งผลกำไรของภาคธุรกิจที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้จะเริ่มชะลอลงและความเสี่ยงจากหนี้นอกระบบ (Shadow banking) ลดลงจากความพยายามในการdeleverage ในช่วงก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี การที่จีนมีภาระหนี้ขนาดใหญ่ถึงเกือบ 3 เท่าของ GDP นั้นก่อให้เกิดความเปราะบางและความเสี่ยงเชิงระบบในระบบการเงินของจีน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายแบบขยายตัวของทางการจีนนั้นมีจำกัด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียงได้ส่งสัญญาณเน้นย้ำจุดมุ่งหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพระหว่างการประชุมสองสภาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อมองไปข้างหน้า ทางการจีนน่าจะดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างรัดกุม และเน้นการใช้นโยบายการคลังโดยเฉพาะมาตรการปรับลดภาษีในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกไทยไปจีนจะหดตัวในกรอบ 0.5-3.0% ในปี 2562 หลังจากที่การส่งออกไทยไปจีนหดตัวถึง 9.2%  ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ โดยการส่งออกไทยไปจีนมีแนวโน้มที่จะหดตัวน้อยลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ จากข้อพิพาททางการค้าที่เริ่มคลี่คลาย และมาตรการกระตุ้นการเศรษฐกิจของทางการจีน

  • การส่งออกไทยไปจีนในช่วง 2 เดือนแรกหดตัวในเกือบทุกสินค้าหลัก ซึ่งส่วนมากเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) เช่น ยางพารา และเม็ดพลาสติก ทำให้การส่งออกไทยไปจีนจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยทางด้านราคาที่มีแนวโน้มจะยังอ่อนค่าต่อไปนอกจากนี้ ไทยมีความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานกับจีนค่อนข้างมากในหลากหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้การส่งออกชิ้นส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มีแนวโน้มที่จะยังชะลอตัว จากการส่งออกจีนที่จะยังคงอ่อนแรงตามอุปสงค์โลก อย่างไรก็ดี การบริโภคของจีนที่มีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ของไทย เช่น ผลไม้สด และเครื่องสำอาง นอกจากนี้ มาตรการลดภาษีนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคของจีนน่าจะช่วยกระตุ้นให้การส่งออกไทยในสินค้าเหล่านี้ขยายตัวในอัตราที่เร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองการส่งออกไทยไปจีนในปี 2562 นี้
  • สำหรับในด้านการท่องเที่ยวศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2562 ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีแนวโน้มเติบโตได้และตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะยังเป็นตลาดสำคัญอันดับหนึ่งของไทย แต่อัตราการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวจีนคงจะไม่แตะระดับสูงเท่าในอดีตที่ผ่านมา

ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจของจีนสร้างแรงกดดันต่อความมั่งคั่งและกำลังซื้อของชาวจีน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยและมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2562 อาจจะอยู่ที่ประมาณ 10.80-10.99 ล้านคน เติบโตประมาณร้อยละ 2.5-4.3% เมื่อเทียบกับอัตราเติบโตที่ 7.4% ในปี 2561 สำหรับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าจะสร้างรายได้เป็นมูลค่าประมาณ 5.98-6.09 แสนล้านบาทในปี 2562 ขยายตัวประมาณ 3.0-5.0% เมื่อเทียบกับ 11.5% ในปี 2561