Home ทิศทางเศรษฐกิจ หุ้น-การเงินโลก จับตาจีนประกาศแผนปฏิรูปการเงิน เปิดต่างชาติเข้าลงทุน

จับตาจีนประกาศแผนปฏิรูปการเงิน เปิดต่างชาติเข้าลงทุน

760
0
SHARE
เศรษฐกืจจีน

จีนเตรียมประกาศแผนปฏิรูประบบการเงินประเทศในเร็ว ๆ นี้ เปิดเสรีให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนและมีบทบาทได้มากขึ้น ในภาคการธนาคาร ภาคธุรกิจหลักทรัพย์ และภาคธุรกิจประกันภัย  หลังจากที่จีนเดินหน้าเข้าสู่ระบบตลาดของเศรษฐกิจโลกตลอดช่วง 40 ปีที่ผ่านมา

ท่ามกลางสภาพคล่องงทางการเงินที่หมุนเวียนในตลาดปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ โดยที่ผ่านมา ตลาดการเงินจีนอยู่ในการกำกับดูแลของภาครัฐภายใต้โครงสร้างสถาบันการเงินในระบบเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานถึง 7 ทศวรรษ

แต่ภาคธุรกิจต่างๆ ของจีนรวมถึงประชาชนชาวจีนที่เป็นรายบุคคลไม่สามารถจะทำการกู้ยืมในตลาดการเงินได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าในขณะนี้ธนาคารกลางจีนได้มีการสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศในการเข้าถือบอนด์รัฐบาลสหรัฐเป็นจำนวนมากถึง 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ก็ตาม

ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้เปิดเผยฐานะสินทรัพย์โดยรวมของสถาบันการเงินจีน เมื่อสิ้นไตรมาส 1 ปีนี้ อยู่ที่ระดับ 302.71 ล้านล้านหยวนหรือ 43.80 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน

โดยแยกประเภทสินทรัพย์ของสถาบันการเงินทางด้านการธนาคาร อยู่ที่ 275.82 ล้านล้านหยวน หรือราว 39.91 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.7% ขณะที่ทางด้านธุรกิจหลักทรัพย์มีสินทรัพย์จำนวน 7.78 ล้านล้านหยวน หรือ 1.13 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.6% และทางด้านธุรกิจประกันภัยมีสินทรัพย์ที่ 19.11 ล้านล้านหยวน หรือ 2.76  ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.9%

สำหรับหนี้สินโดยรวมของสถาบันการเงินจีนสิ้นสุดช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 275.85 ล้านล้านหยวน หรือ 39.92 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.6% เทียบช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

จีนมีแผนปฏิรูปภาคการเงินเพื่อจะช่วยให้มีการจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการพัฒนาตลาดทุนในประเทศให้แข็งแกร่ง เนื่องจากในปัจจุบันแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่ของธุรกิจยังมาจากโครงสร้างดั้งเดิมที่พึ่งพาธนาคารเป็นหลัก

นอกจากนี้ จีนยังมีการวางแผนยุทธศาสตร์ที่เพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจจีนในระบบของเศรษฐกิจโลก โดยมีเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ผ่านยุทฐศาสตร์ของ One Belt One Road (เส้นทางสายไหมใหม่) ที่จะสนับสนุนให้มีแหล่งเงินทุนมหาศาลต่อประเทศอื่นๆ ให้เข้าร่วมลงทุนตามยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ ผ่านการการดำเนินการของธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือ AIIB (Asian Infrastructure Investment Bank) ที่มีจีนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และควบคุมการบริหารงาน

อย่างไรก็ตาม จีนยังคงถูกกดดันจากสหรัฐให้ดำเนินการปฏิรูปภาคการเงิน โดยเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้าลงทุนถือหุ้นได้ 100% ในธุรกิจภาคการธนาคาร ธุรกิจหลักทรัพย์ รวมถึงธุรกิจประกันภัย ด้วยการกำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาร่างข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนฉบับใหม่

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความแข็งหร้าวด้วยความพยายามกล่าวหาจีนกระทำการฉุดเงินหยวนให้อ่อนค่าเพื่อยังคงความได้เปรียบทางการค้า ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบการค้าซึ่งไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ

การประชุมสุดยอดผู้เนำกลุ่ม G-20 ที่เมืองโอซากา ญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 28-29 มิถุนายน ได้ถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลกว่า 2 ผู้นำโลกทั้งประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะมีการพบปะกันเพื่อเปิดเจรจาข้อตกลงการค้าในรอบใหม่หรือไม่ หลังจากที่การเจรจาการค้าของทั้ง 2 ประเทศได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

และนำไปสู่การทำางครามการค้าที่ตึงเครียดมากขึ้น โดยที่สหรัฐมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 25%จาก 10% เป็นมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ รวมทั้งประกาศว่าจะขึ้นภาษีอีก 325,000 ล้านดอลลาร์ หากจีนยังคงไม่ยอมบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ขณะที่จีนทำการตอบโต้โดยขึ้นภาษีในอัตราเดียวกันคิดเป็นมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน

แต่สหรัฐยังคงกดดันจีนอย่างหนักอีกด้านหนึ่ง โดยเปิดสงครามเทตโนโลยีขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ย ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของจีน เพื่อสยบยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ซึ่งเป็นเป้าหมายของจีนในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก โดยเฉพาะหัวเว่ยได้กลายเป็นผู้นำคลื่น 5G ซึ่งนำหน้าบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า บริษัทสหรัฐกว่า 600 แห่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมเกษตร การผลิต ค้าปลีก และเทคโนโลยีนำโดยวอลมาร์ท และทาร์เก็ต คอร์ป ได้ส่งจดหมายเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์แก้ไขข้อพิพาททางการค้ากับจีน โดยระบุว่า การเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนสูงขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคของสหรัฐ