Home ทิศทางเศรษฐกิจ หดตัวแล้ว…เศรษฐกิจเยอรมนี สิงคโปร์จ่อถดถอย

หดตัวแล้ว…เศรษฐกิจเยอรมนี สิงคโปร์จ่อถดถอย

1054
0
SHARE

เศรษฐกิจเยอรมนีหดตัวในไตรมาส 2 ผลจากความไม่แน่นอนในโลก และสงครามการค้า ที่กระทบต่อบรรดาผู้ผลิตของเยอรมนี

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 หดตัว 0.1% เทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการคาดหมายของนักวิเคราะห์ ทั้งยังต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.4%

นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารไอเอ็นจี ระบุว่าจีดีพีไตรมาส 2 ถือเป็นจุดสิ้นสุดทศวรรษแห่งความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจเยอรมนี

เศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก และใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า “พายุของปัจจัยลบ”

เยอรมนีพึ่งพาผู้ส่งออกที่ขายสินค้าจำนวนมากให้แก่จีนและสหรัฐ อันเป็นประเทศที่กำลังพันตูในสงครามการค้า นอกจากนั้น ยอดขายรถยนต์ที่ซบเซาทั่วโลก ยังกระทบต่อบรรดาผู้ผลิตรถเยอรมนี ส่วนความวิตกว่า”เบร็กซิท”หรือการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป จะดำเนินไปอย่างระส่ำระสาย ก็ฉุดรั้งแนวโน้มเช่นกัน

เศรษฐกิจเยอรมนีช่วยพยุงการขยายตัวของยุโรปหลังจากเกิดวิกฤติการเงินโลกเมื่อหลายปีก่อน แต่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย.ลดลงกว่า 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ความต้องการรถยนต์ที่ลดลงทั่วโลก โดยเฉพาะในจีน ซึ่งยอดขายรถใหม่ลดลงเป็นเดือนที่ 13 ติดกัน ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ผลิตเยอรมนี อย่าง BMW, Daimler และ Volkswagen ซึ่งพึ่งตลาดรถใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ซบเซา ทำให้มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลเยอรมนีจะใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปีหน้า แต่ยังฟันธงลงไปไม่ได้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น เพราะเยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องวิตกเกี่ยวกับการกู้ยืม

เศรษฐกิจที่หดตัวของเยอรมนี ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางยุโรปจะเคลื่อนไหวในการประชุมเดือนก.ย. โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะลดดอกเบี้ย ซึ่งอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว ทั้งยังอาจส่งสัญญาณว่าจะเริ่มโครงการเข้าซื้อพันธบัตรอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่

ขณะเดียวกัน ในอีกซีกโลกหนึ่งอย่างเอเชีย มีรายงานว่าสิงคโปร์อาจตกสู่ภาวะถดถอย หลังจากรายงานกิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลงอย่างมากเมื่อไตรมาส 2

สิงคโปร์ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และทำท่าจะขยายตัวอ่อนแรงที่สุดตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งในครั้งนั้นเศรษฐกิจสิงคโปร์หดตัว 0.6% ช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก

เมื่อต้นสัปดาห์ สิงคโปร์ได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ลงเหลือ 0-1% จาก 1.5-2.5% หลังจากจีดีพีไตรมาส 2 หดตัวไป 3.3% เทียบกับไตรมาสแรก

กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า แนวโน้มซบเซาลง ส่วนหนึ่งเพราะความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนรุนแรงขึ้น โดยสิงคโปร์เป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างมาก และจีนก็เป็นคู่ค้าใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์

นักวิเคราะห์คาดว่าสิงคโปร์จะได้รับผลกระทบอย่างหนักไปตลอดปี เพราะความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ไม่มีแนวโน้มจะบรรเทาลงเร็วๆ นี้ ดังนั้นการส่งออกและบริการเกี่ยวเนื่องกับการค้า อาจฉุดเศรษฐกิจให้ตกสู่ภาวะถดถอยในไตรมาส 3