Home ทิศทางเศรษฐกิจ ส่อง…ประเทศไหนเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

ส่อง…ประเทศไหนเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย

1770
0
SHARE

เศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ 5 ประเทศในโลก เสี่ยงตกสู่ภาวะถดถอย อันเป็นคำจำกัดความของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ติดลบ 2 ไตรมาสติดกัน

เริ่มจากเศรษฐกิจอังกฤษที่หดตัวไปเมื่อไตรมาส 2 ส่วนเศรษฐกิจอิตาลีแทบไม่ขยายตัว ล่าสุดคือเยอรมนี เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก ที่ติดลบไปช่วงไตรมาส 2

เม็กซิโกเพิ่งรอดพ้นภาวะถดถอยมาอย่างหวุดหวิด แต่คาดว่าเศรษฐกิจจะซบเซาในปีนี้ ด้านบราซิลตกสู่ภาวะถดถอยไปแล้ว หลังจากข้อมูลเบื้องต้นระบุ่าจีดีพีติดลบ 0.13% เมื่อไตรมาส 2 ส่วนไตรมาสแรกจีดีพีหดตัวไป 0.2%

เยอรมนี อังกฤษ อิตาลี บราซิล และเม็กซิโก ล้วนมีเศรษฐกิจใหญ่ติด 20 อันดับแรกของโลก

ส่วนสิงคโปร์กับฮ่องกง แม้มีเศรษฐกิจขนาดเล็ก แต่เป็นศูนย์กลางการเงินและการค้า ที่กำลังย่ำแย่เช่นกัน

การเติบโตในแต่ละประเทศ ลดลงจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งเมื่อประกอบกับการผลิตที่ซบเซาในโลก และความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ดำดิ่ง ซ้ำเติมสถานการณ์ให้แย่ลงไปอีก

นักเศรษฐศาสตร์แห่งแคปิตอลอีโคโนมิกส์ ชี้ว่าภาพรวมคือเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา โดยเมื่อเดือนที่แล้วกองทุนการเงินระหว่างประเทศปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ ลงเหลือ 3.2% ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ทั้งยังปรับลดการคาดหมายสำหรับปีหน้าลงเหลือ 3.5%

นักลงทุนก็วิตกมากขึ้น จากการสำรวจความเห็นของแบงก์ออฟอเมริกา พบว่าผู้จัดการสินทรัพย์มากกว่า 1 ใน 3 คาดว่าโลกจะตกสู่ภาวะถดถอยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

5 ประเทศเสี่ยงแค่ไหน อย่างไร

เยอรมนีพึ่งพาผู้ส่งออกที่ขายสินค้าจำนวนมากให้จีนและสหรัฐ นอกจากนั้น ยอดขายรถยนต์ที่ซบเซาทั่วโลกยังกระทบต่อผู้ผลิตรถเยอรมนี

ส่วนอังกฤษก็ปวดหัวกับเรื่อง “เบร็กซิท” และเศรษฐกิจหดตัวไปแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี แต่น่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3 และรอดพ้นภาวะถดถอยเฉพาะหน้าไปได้ แต่หากนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน นำอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลงเพื่อคุ้มครองการค้าในวันที่ 31 ต.ค. น่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดภาวะถดถอย

ส่วนในอิตาลีนั้น ศักยภาพการผลิตซบเซา อัตราว่างงานในหมู่คนหนุ่มสาวอยู่ในระดับสูง หนี้สินมากมาย ประกอบกับมีความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งทำให้ต้องรับมือกับปัญหาอย่างต่อเนื่อง

เม็กซิโกเผชิญการลงทุนที่ลดลง ส่วนภาคบริการก็เผชิญแรงกดดัน ขณะที่บราซิล ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา เผชิญการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ซบเซาและอัตราว่างงานที่สูง บราซิลจะมีการเปิดเผยข้อมูลในอีกไม่กี่สัปดาห์ อันจะทำให้ทราบว่าตกสู่ภาวะถดถอยหรือไม่หากมีการยืนยันตัวเลขจีดีพีที่รายงานมาเบื้องต้นว่าหดตัวติดกัน 2 ไตรมาส

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การใช้จ่ายของบริษัทต่างๆ ในทรัพย์สินอย่างอุปกรณ์ อยู่ในระดับคงที่ ส่วนตลาดแรงงานก็ยืดหยุ่น ดังนั้น แม้เศรษฐกิจโลกมีความซบเซาอยู่มาก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต แต่ภาคอื่นๆ ยังทำได้ค่อนข้างดี อันทำให้มีความเป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว มากกว่าจะทรุดตัว

สำหรับเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่สุดในโลกอย่างสหรัฐนั้น มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ของการตกสู่ภาวะถดถอย อย่างเจพีมอร์แกนเชสที่เตือนว่าความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะตกต่ำในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นเป็น 40% ขณะที่แบงก์ออฟอเมริกาเพิ่มความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะตกสู่ภาวะถดถอยปีหน้า เป็นมากกว่า 30%

โกลด์แมนแซคส์ระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถดถอยมีมากขึ้น เพราะสงครามการค้า แต่ซีอีโอโกลด์แมนแซคส์ไม่วิตกว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเร็วๆ นี้ เพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังโอเค โอกาสที่จะเกิดภาวะถดถอยในอนาคตมีค่อนข้างต่ำ แต่ก็ต้องดูในเรื่องของภาษีการค้า