Home ทิศทางเศรษฐกิจ อินเดียแซงหน้าฝรั่งเศส ขึ้นแท่นเศรษฐกิจอันดับ6ของโลก

อินเดียแซงหน้าฝรั่งเศส ขึ้นแท่นเศรษฐกิจอันดับ6ของโลก

1620
0
SHARE
ตัวเลขล่าสุดของธนาคารโลกถือเป็นข่าวดีสำหรับอินเดีย รายงานของธนาคารโลกระบุว่าขณะนี้เศรษฐกิจอินเดียมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก เบียดฝรั่งเศสไปอยู่อันดับ 7

ส่วนสหรัฐยังครองแท่นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก ด้วยจีดีพีมูลค่า 19.39 ล้านล้านดอลลาร์ ตามด้วยจีน (12.23 ล้านล้านดอลลาร์) ญี่ปุ่น (4.87 ล้านล้านดอลลาร์) เยอรมนี (3.67 ล้านล้านดอลลาร์) และอังกฤษ (2.62 ล้านล้านดอลลาร์)

การคำนวณใหม่นี้อิงกับสภาพเศรษฐกิจของอินเดียเมื่อปี 2560 ซึ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มีมูลค่า 2.597 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปลายปี 2560 แซงหน้าเศรษฐกิจฝรั่งเศส ที่มีมูลค่า 2.582 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของจีดีพีต่อหัว อินเดียยังตามหลังฝรั่งเศส เนื่องจากอินเดียมีประชากรจำนวนมหาศาล 1,340 ล้านคน หรือมากกว่าฝรั่งเศส 20 เท่า ทำให้ประเทศในยุโรปอย่างฝรั่งเศส มีมาตรฐานการครองชีพที่ดีกว่า

ธนาคารโลกระบุว่าเศรษฐกิจอินเดียได้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมการผลิต อันได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารโลกเสริมว่าเศรษฐกิจอินเดียในปัจจุบัน มีความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการบริโภคส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งและการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกชี้ว่าการประกาศยกเลิกพันธบัตรเมื่อเดือนธ.ค.2559 และการเก็บภาษีสินค้า-บริการที่นำมาใช้แบบค่อนข้างวุ่นวายเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว ทำให้เศรษฐกิจของประเทศ ขยายตัวในระดับต่ำเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ ในภาพรวม เศรษฐกิจอินเดียมีความคืบหน้ามาก เพราะจีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น 2 เท่าในเวลาไม่ถึง 10 ปี จนผงาดขึ้นเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนการเติบโตในเอเชีย ในช่วงที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดหมายว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัว 7.4% ในปีนี้ และ 7.8% ในปีหน้า อันทำให้อินเดียกลายเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวได้น้อยลงจาก 6.6% ปีนี้ เหลือ 6.4% ปีหน้า ส่วนเศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัวเพียง 3.9% ในปีหน้า

เมื่อเดือนที่แล้ว นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ประกาศจะผลักดันให้จีดีพีขยายตัวถึงเลข 2 หลัก หรือ 10% ให้ได้

เอชเอสบีซีเคยรายงานว่าอินเดียอาจแซงหน้าญี่ปุ่นกับเยอรมนี ขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ได้ในทศวรรษหน้า ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ ก็เห็นด้วยกับคาดการณ์นี้

เมื่อปีที่แล้ว ไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์คาดหมายว่าในช่วง 30 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจโลกจะอยู่ภายใต้เงาของจีน ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงไป จนตามหลังอินเดีย ขณะที่ในฟากของยุโรปนั้น รัสเซียจะขึ้นมาเป็นแกนนำ แซงหน้าเยอรมนี อังฤษ และอิตาลี ด้วยจีดีพีมูลค่า 7 ล้านล้านดอลลาร์