Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล ตามไปดูหลากปัจจัย ทำไมเศรษฐกิจโลกปีนี้”เปราะบาง”

ตามไปดูหลากปัจจัย ทำไมเศรษฐกิจโลกปีนี้”เปราะบาง”

624
0
SHARE
การค้าโลก

เศรษฐกิจโลกในปี 2019 มีความล่อแหลมมากขึ้น โดยตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้เรียกว่า Delicate Moment ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ล่าสุด

หลังจากที่ IMF ทำการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ เหลือที่ระดับ 3.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในปีที่แล้วที่ระดับ  3.7% ต่อมาในช่วงต้นปีนี้ ได้มีการปรับลดลงเป็นครั้งแรกสู่ระดับ 3.5% นอกจากนี้ ยังมีการปรับเศรษฐกิจโลกในปี 2020 จะทรงตัวลดลงที่ระดับ 3.6%

ในการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ส่งผลต่อความเสี่ยงของราคาสินทรัพย์ในตลาดหุ้น (Capital) จนถึงตลาดเงินให้กู้ยืม (Credit) ถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ในไตรมาสแรกนี้ ว่าตลาดหุ้นจะมีการปรับตัวสูงขึ้น จากการที่ดิ่งตัวลงอย่างรุนแรงในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

2 เรื่องหลักที่เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจโลกในปีนี้ จากมุมมองของ IMF มาจากปัญหาข้อขัดแย้งทางการค้า ระหว่างสหรัฐกับจีนและยุโรป นำมาซึ่งมาตรการขึ้นภาษีตอบโต้การค้า กับเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวดในปีที่ผ่านมา

รวมถึงการจับตาดูเกี่ยวกับกรณีการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ของอังกฤษ (Brexit) ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน และอาจจะส่งผลต่อความชะงักงันของเศรษฐกิจยุโรป รวมถึงปัจจัยเรื่องสภาพคล่องที่ตึงตัวมากขึ้นของตลาดการเงิน

ขณะที่ตลาดมีการจับตาดูการประชุม 27 ผู้นำ EU ในวันนี้  มีแนวโน้มว่า EU อาจจะยอมเลื่อนเวลา Brexit ออกไปอีก 1 ปีเป็นวันที่ 1 เมษายน 2020 โดยที่ผู้นำฝรั่งเศสต้องการให้การแยกตัวของอังกฤษจาก EU มีเงื่อนไขว่า อังกฤษต้องมีแผนที่ชัดเจน

ทั้งนี้ IMF ได้ประเมินภาพเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ในปีนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบ หรือเรียกว่า เป็นช่วงเวลาของ Delicate Moment บ่งชี้ว่า การชะลอตัวดังกล่าวมีการกระจายตัวออกไปในวงกว้าง 

โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการอ่อนแอของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วจะขยายตัวเพียง 1.8% ปีนี้ และปีหน้ายังคงลดลงที่ 1.7% ขณะที่ปีก่อนหน้านี้ขยายตัวที่ 2.2%

นำโดยที่สหรัฐจะขยายตัวในปีนี้เพียง 2.3% และมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 2% เหลือ 1.9% ในปี 2020 เทียบกับปีที่แล้วที่ขยายตัว 2.9% 

ส่วนยุโรปจะมีการขยายตัวที่ 1.3% ในปีนี้ และปีหน้าที่ 1.5% เทียบกับปีก่อนหน้าขยายตัวที่ 1.8% ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาการตอบโต้การค้าจากสหรัฐ เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความระบุว่า สหรัฐเตรียมเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจาก EU คิดเป็นมูลค่า 11,200 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่องค์การการค้าโลก (WTO) มีคำตัดสินว่า EU ให้เงินอุดหนุนต่อแอร์บัส ได้ส่งผลกระทบต่อสหรัฐ

ขณะที่จีนขยายตัวลดลงเล็กน้อยที่ระดับ 6.3% ปีนี้ และปีหน้าที่ 6.1% เทียบปีที่แล้วขยายตัวที่ 6.6% ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ โดยที่สหรัฐและจีนมีการเจรจาการค้าถึง 9 รอบ ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐจะให้เวลา 4 สัปดาห์เพื่อที่จะสรุปถึงข้อตกลงการค้าฉบับัใหม่กับจีน

อย่างไรห็ตาม IMF ได้คาดการณ์เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียยังคงมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย ซึ่งจะมีการขยายตัวที่ 6.3% ในปีนี้และปีหน้า ขณะที่ปีที่แล้วขยายตัวที่  6.4% จากการที่อินเดียที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.3% ในปีนี้ และปีหน้าที่ 7.5% เทียบกับปีที่แล้วขยายตัวที่  7.1%

สำหรับเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียนจะขยายตัวที่ 5.1% ในปีนี้ และปีหน้าที่ 5.2% เทียบกับปีที่แล้วขยายตัวที่  5.2%