Home คอลัมนิสต์ วัชรา จรูญสันติกุล วิบากกรรม”โดนัลด์ ทรัมป์”

วิบากกรรม”โดนัลด์ ทรัมป์”

1063
0
SHARE
โดนัลด์ ทรัมป์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยให้เหลือ 0% เท่ากับในปี 2007-2009 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาจะดูดีมาก หากจะจินตนาการดูว่า การบริหารประเทศในขณะที่ดอกเบี้ยระยะยาวอยู่ที่ระดับ 0% เหมือนกับช่วงที่ผ่านมา แทนที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น จากการที่ตลาดหุ้นได้ปรับตัวขึ้นอย่างมากนับจากการเลือกตั้งในปี 2016

ทวิตเตอร์ดังกล่าวมีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปีที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงออกชัดเจนถึงการไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

รวมทั้งเกิดกระแสข่าวกดดันให้ประธานเฟดลาออก จนถึงอาจจะมีการปลดจากตำแหน่ง ส่งผลให้ทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาวต้องการันตีตำแหน่งประธานเฟดของเจอโรม พาวเวล พร้อมเตรียมการให้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พบปะกับประธานเฟด

อย่างไรก็ตาม เจอโรม พาวเวล ได้กล่าวย้ำถึงการที่จะไม่ลาออกจากตำแหน่งประธานเฟด ถึงแม้จะมีแรงกดดันมากขึ้นก็ตาม โดยยืนยันว่า การดำเนินนโยบายการเงินในปี 2019 นี้ จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ และหลังจากที่ตลาดหุ้นมีการดิ่งตัวลงอย่างรุนแรงนับจากเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เฟดได้ส่งสัญญาณที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้ง หลังจากที่มีการปรับขึ้นครั้งล่าสุดในเดือนธันวาคมแตะระดับ 2.25-2.50% นับจากที่ได้มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาตั้งเดือนธันวาคม 2015

ในขณะที่การปิดหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐ หรือ Government Shutdown เริ่มบานปลายเข้าสู่วันที่ 18 แล้ว เริ่มถูกจับตามากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้เปิดแถลงข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวช่วงเวลา 21.00 น.ของคืนวันอังคาร ตรงกับช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาในไทย

โดยได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและสภาคองเกรสในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการอนุมัติงบประมาณสำหรับหน่วยงานรัฐบาล จนทำให้หน่วยงานหลายแห่งต้องปิดทำการ

พร้อมกับกล่าวย้ำว่า กำแพงกั้นพื้นที่ชายแดนตอนใต้ที่ติดกับเม็กซิโกจะช่วยป้องกันการลักลอบการขนยาเสพติดข้ามแดน รวมทั้งชาวอเมริกันได้รับความเดือดร้อนจากการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายโดยไม่อาจจะควบคุมได้ ดังนั้น การสร้างกำแพงในวงเงินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ จึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดศีลธรรมแต่สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสปฏิเสธที่จะรับรู้ถึงวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในชาติขณะนี้

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขอให้ชาวอเมริกันเรียกร้องสภาคองเกรสอนุมัติการสร้างกำแพง หลังจากที่คำแถลงดังกล่าวถูกถ่ายทอดสดผ่านทางเครือข่ายสถานีโทรทัศ ANC, CBS, CNN, Fox News Networkm, MSNBC และ NBC

ท่ามกลางการจับตามองโดยที่มีการคาดการณ์กันว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศภาวะฉุกเฉินทางภาคใต้ของสหรัฐในการแถลงต่อชาวอเมริกันครั้งนี้ เพื่อให้สามารถใช้อำนาจออกกฎหมายพิเศษโดยไม่ต้องขอการอนุมัติจากสภาคองเกรสสำหรับการสร้างกำแพงโดยใช้งบประมาณที่มีการจัดสรรไว้แล้วสำหรับกองทัพสหรัฐ

แต่ภายหลังจากการแถลงการณ์ในครั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ รวมทั้งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า การใช้กฎหมายพิเศษของประธานาธิบดีอาจจะไม่เป็นการถูกต้องของกฎหมายรัฐธรรมนูญสหรัฐ