Home ลงทุน รู้จัก Tokenization…นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

รู้จัก Tokenization…นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

568
0
SHARE
เทคโนโลยีบล็อกเชน จะเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ได้ไร้ขีดจำกัด ผ่านการ Tokenization แบ่งปันความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัล นักวิชาการชี้ “ต้องเปิดใจและช่วยกันเตือนสังคม”

ในหัวข้อสัมนา Demystifying the Future of Tokenization ภายในงาน FinTech Challenge 2018 : The Discovery ณ โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์ วัน ผู้ประกอบการมองจะเป็นอนาคตที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจอีกหลายเท่าตัว

บล็อกเชนจะเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา Group CEO Bizkup กล่าวว่า ใน 20 ปีก่อนเราใช้อินเทอร์เน็ตที่มี TCP/IP คุณสมบัติเป็นการสร้างสำเนาเพิ่ม เช่นการส่งข้อมูลจากนาย A ไปสู่นาย B แต่ข้อมูลที่ส่งไปยังคงอยู่ในเครื่องของนาย A เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้อดีคือการส่งต่อข้อมูลข่าวสารไปได้โดยที่ต้นทางยังอยู่ แต่หากเปลี่ยนเป็นการส่งเงินดิจิทัล 1,000 บาท แล้วยังอยู่ในระบบของผู้ส่ง เงินก็จะล้นโลกใบนี้ มูลค่าก็จะไม่มี

แต่สิ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกคือ “บล็อกเชน” ออกมาตอนปี 2009 ให้มองว่าเป็นระยะที่ 2 ของอินเทอร์เน็ต ทำงานอยู่หลังบ้านคล้ายกับ TCP/IP ซึ่งคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องรู้ ข้อแตกต่างระหว่างบล็อกเชนกับข้อมูลคือเราสามารถแลกเปลี่ยนมูลค่าได้แล้ว แต่ส่งแล้วสำเนาจะหายไปเลย ทำให้สิ่งที่มีมูลค่ามีลิมิตที่จำกัด

ในวันนี้เราจึงสามารถแปลงทุกสิ่งมีมูลค่าเป็นดิจิทัลได้ทั้งหมด(Digitize) ไม่ว่าเป็นเพชร ทอง อสังหาริมทรัพย์ แล้วแลกเปลี่ยนกันได้เหมือนอีเมลล์ ในอนาคตเราจึงมีสินทรัพย์ดิจิทัล 10 เท่าของสินทรัพย์ที่มีอยู่ปัจจุบัน

คาดว่าภายในปี 2025 สินทรัพย์ราว 10% ของลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ gross domestic product: GDP จะถูกถ่ายทอดไปเป็นทรัพย์สินดิจิทัล ไม่ได้หยุดแค่ตราสารหนี้ เพชร ทอง อีกต่อไป

มีอีกหนึ่งอย่างที่มากกว่าทรัพย์สินทั่วไปคือ เราสามารถโอนทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ เข้าไปเป็นมูลค่าได้ เช่น ชื่อเสียงของดาราดัง หรือ มูลค่าการตลาดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักฟุตบอลระดับโลก ฉะนั้นทรัพย์สินจะเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

ส่วนการจะทำให้คนย้ายเข้ามาใช้นั้น ต้องมาทำให้โครงสร้างที่แข็งแรงก่อน ลำดับที่สองคือสร้างทรัพย์สินดิจิทัลให้มากกว่าในปัจจุบัน และส่วนสุดท้ายคือต้องให้ความรู้แก่คน ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เร็วขึ้น ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง

เป็นกลไกขับเคลื่อน และสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ๆได้ไร้ขีดจำกัด

ดร.การดี เลียวไพรโรจน์ CEO&Co-Founder ICORA เปิดเผยว่า วันนี้เราอยู่ในยุคของ Internet of Value ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เพราะเป็น การหารหรือแตกย่อยมูลค่าทรัพย์สินได้ เช่น หากคุณอยากเป็นเจ้าของคอนโดหรูติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่คนทั่วๆไปไม่สามารถซื้อได้เพราะมูลค่าสูงมาก แต่หากเราเอามาห้องหนึ่งมาแตกย่อยความเป็นเจ้าเป็นเหรียญโทเคน คนทั่วไปก็มีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของได้

ทุกวันนี้เทคโนโลยีมาแล้ว ด้วยการสร้างความคุ้นเคยในการแลกเปลี่ยนเหรียญโทเคนจากเกม แลกเปลี่ยนกันมาเรื่อยๆ มาสู่อะไรที่เราอยากเป็นเจ้าของแล้วไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ เช่น รถยนต์หรู คอนโดหรู ฉะนั้นจึงเป็นการสร้างโอกาสการลงทุนที่ทำให้เกิดขึ้นได้

ในโลกที่คนรวยก็รวยขึ้น คนจนก็จนลง แล้วมาใช้วิธีคิดในมิติของ Tokenization มีความน่าเชื่อถือได้ว่าจะลดความเหลื่อมล้ำได้ หรือในการแบ่งปันทรัพย์สิน การแชร์มูลค่าสิ่งของร่วมกัน

“จะทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจ(Business Model) ใหม่ๆได้อย่างไรขีดจำกัด”

สิ่งที่เราต้องทำคือ 1.อย่าเล่นเกมใหม่ โดยใช้กฎเดิม เพราะเทคโนโลยีเป็นสิ่งใหม่ กฎระเบียบที่ออกมาต้องถูกพํฒนาตามไปด้วย 2.เข้าใจความหวังดีของผู้ออกกฎระเบียบ ที่ต้องการปกป้องคนที่ไม่รู้เท่าทั้น แต่ถ้ามีความรู้ต้องให้ความรู้ ถ้าอยากรู้ต้องหาความรู้ ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก ฉะนั้นกุญแจสำคัญคือ การเปิดใจ และช่วยกันเตือนสังคม

แนวคิด 3 ข้อผลักดันให้บล็อกเชนพัฒนา

วัชระ เอมวัฒน์ เปิดเผยว่า การทำ Tokenization ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มองค์กร แล้วมาทำกระจายให้เกิดการแลกเปลี่ยนขึ้น ผ่านการระดมทุน ICO สินค้าที่เห็นเป็น ICO มีอยู่เกือบทุกอย่างแล้วในปัจจุบัน เช่น สินค้าลิขสิทธิ์ เพลง ภาพยนตร์ การ์ตูน หากเราการกระจายอำนาจความเป็นเจ้าของได้(Decentralization) ก็จะสามารถนำไปเทรดแลกเปลี่ยนกันได้สูงมาก

แต่ส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ซึ่งในทางกลับกันเทคโนโลยีบล็อกเชนบอกว่าต้องตัดตัวกลางออกไป เพื่อให้คนได้เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ฉะนั้นกลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหลาย ธุรกิจ สินค้าต่างๆ สามารถนำมาทำเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่าน Tokemization ได้ทุกสิ่ง

แต่การจะทำให้แนวคิดของบล็อกเชนมาพัฒนาโลกเกิดขึ้นได้จริงต้องประกอบด้วย 3 ปัจจัยสำคัญคือ..

  1. ผู้ควบคุม (Regulation) คือการมีกฎระเบียบที่ครอบคลุม เช่นการเปิด Sandbox ต้องปลดล็อกบางอย่างให้เดินไปได้
  2. การทำให้คนเข้ามาใช้งาน ต้องมีความง่าย (Market Adoptation) เพราะธุรกิจที่เขาทำอยู่แล้วย้ายเข้ามาใช้เทคโนโลยีใหม่นั้นมีความเสี่ยงต่อธุรกิจ ย้ายมาแล้วรอดหรือไม่รอดขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่รองรับของเราด้วย ทำอย่างไรต้องให้เกิดกรณีตัวอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจก่อน
  3. ทำให้เกิดการซื้อขาย (Token economy) ตลาดการซื้อขายนั่นทำให้คนสนใจ มีการแลกเปลี่ยน ซึ่งมาจากความเชื่อมั่น แต่จะทำให้คนเชื่อมั่นได้ก็ยังเป็นปัญหาในปัญหา เพราะตลาดจะเกิดคนเชื่อมั่นได้ ต้องถูกปลดล็อกก่อน