Home ลงทุน มุมธุรกิจ “โออิชิ”เปิดกลยุทธ์รุกตลาดเมืองรอง

“โออิชิ”เปิดกลยุทธ์รุกตลาดเมืองรอง

476
0
SHARE

บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศใช้กลยุทธ์ตลาดแบบเดิม เตรียมขยายร้านอาหาร 15-20 สาขาในปีนี้ เน้นรุกหนักต่างจังหวัดเมืองรอง เตรียมส่งชาพร้อมดื่ม รุกหนักตลาดอาเซี่ยน

บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ OISHI นำโดยนางสาวนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ, นายกฤษฎา วรรธนะภาคิน CFO, นางสาวเจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจเครื่องดื่ม และนายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการสายงานธุรกิจอาหาร ชี้แจงผลดำเนินงานไตรมาสแรกในงาน “Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน” จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นางสาวนงนุช กล่าวว่า โออิชิเริ่มดำเนินธุรกิจครั้งแรกในปี 1999 ด้วยการเปิดร้านอาหารบุฟเฟต์ ต่อมาในปี 2003 จึงมีเครื่องดื่มชาขึ้นมา และปี 2004 ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และปี 2018 ไทยเบฟฯได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโออิชิ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีการดำเนินธุรกิจทั้งในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และอาหาร โดยเป็น 2 ธุรกิจหลักของบริษัทอย่างชัดเจน

นายกฤษดา กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ มีรายได้ 3,482 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 3,122 ล้านบาท แยกเป็นธุรกิจเครื่องดื่ม 1,684 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.1% และธุรกิจอาหาร 1,798 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11.9%

ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 397 ล้านบาท เติบโตขึ้น 62.7% แบ่งเป็นกำไรสุทธิในธุรกิจเครื่องดื่ม 275 ล้านบาท เติบโตขึ้น 48.6% และกำไรสุทธิในธุรกิจอาหาร 122 ล้านบาท เติบโตขึ้น 106.8% ซึ่งมีการเติบโตขึ้นทั้ง 2 ธุรกิจ เป็นผลมาจากการวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของเครื่องดื่ม และการขยายสาขาของร้านอาหารอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

เครื่องดื่มโออิชิยังเป็นเบอร์ 1 ในตลาด รุกหนักในกัมพูชา-ลาว

ด้านนางสาวเจษฎากร กล่าวว่า “ส่วนแบ่งตลาดในประเภทชาพร้อมดื่ม โออิชิยังเป็นอันดับ 1 อย่างมั่นคง โดยในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โออิชิมีส่วนแบ่งการตลาดชาพร้อมดื่มอยู่ที่ 42.2% ขณะที่ดัชนีภาพลักษณ์สินค้าก็มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งปีนี้อยู่ที่ 47% ปรับขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 44%”

สำหรับการเติบโตของยอดขายชาพร้อมดื่มในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา มียอดขายเติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปีที่แล้วได้มีการส่งโออิชิโกลด์ที่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ออกวางขาย และยังผนึกกำลังกับร้านอาหารเพื่อเพิ่มยอดขายของเครื่องดื่มชาอย่างต่อเนื่อง

เครื่องดื่มชาของโออิชิยังมีความเข้มแข็งต่อเนื่องซึ่งมีการผลักดันออกไปขายยังประเทศมาเลเซีย, สิงคโปร์, กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นแบนด์โออิชิก้าวขึ้นเป็นที่ 1 อย่างมั่นคงในตลาดเหล่านั้นด้วยเช่นกัน และยังมีการรุกหนักต่อเนื่องด้วยการพาโออิชิเข้าสู่โรงเรียนต่างๆในกัมพูชา ส่วนในลาวสร้างการรับรู้ผ่านโรงหนัง และกิจกรรมออนไลน์อื่นๆ ร่วมกับการเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันประจำชาติต่างๆของลาวด้วย

รายได้ร้านอาหารเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาต่อเนื่อง

นายไพศาล เปิดเผยว่า รายได้ส่วนใหญ่ของธุรกิจร้านอาหารที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการขยายสาขา ซึ่งขณะนี้โออิชิมีร้านอาหารทั้งหมด 258 สาขา ซึ่งจำนวนสาขามีการขยายต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 โดยเน้นขยายสาขาในแบรนด์ที่ทำกำไร และมีการปรับโมเดลให้ลงทุนต่ำลง รวมไปถึงปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรและเปิดใหม่ในพื้นที่อื่นแทน

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินธุรกิจด้านเดลิเวอร์ลี่มากขึ้นเพราะธุรกิจประเภทนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลังตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากการต้องการความสะดวกมากขึ้นในยุคปัจจุบัน ซึ่งโออิชิได้เข้าไปร่วมในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน ทำให้สามารถขายของได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

เตรียมเปิดร้านอาหารเพิ่ม 15-20 สาขาเมืองรอง

นางสาวนงนุช กลับมากล่าวปิดท้ายว่า ขณะนี้โออิชิเป็นผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่ม ซึ่งบริษัทมีกลยุทธ์ในการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเน้นความเป็นพรีเมี่ยมกับสินค้ามากขึ้น เช่นโออิชิโกลด์ที่ไม่มีน้ำตาล และจะมีผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพของลูกค้าออกมามากขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้การส่งออกต่างประเทศโออิชิยังคงโฟกัสในกลุ่มประเทศ CLMV โดยปีนี้จะบุกตลาดเมียนมา และเวียดนามมากขึ้น อีกหนึ่งกลยุท์ที่จะทำต่อเนื่องในปีนี้ คือการขยายช่องทางจัดจำหน่ายของสินค้า ทำให้สินค้าของโออิชิเข้าถึงลูกค้าทุกได้ทุกกลุ่ม

“ส่วนแผนธุรกิจของฝั่งร้านอาหาร ที่ผ่านมาโออิชิใช้การขยายสาขามาตลอดและเป็นกลยุทธ์ที่สร้างความเติบโตด้านรายได้ต่อเนื่อง สำหรับปีนี้ก็ยังคงใช้กลยุทธ์นี้เช่นเดิม แต่จะขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองหลักมากขึ้น โดยตั้งเป้าขยายสาขาในปีนี้ 15-20 สาขา”

ทั้งนี้ยังเน้นการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้ามีความภักดีในแบรนด์เพื่อสร้างความเติบโตให้กับโออิชิ และยังมีการปรับปรุงการบริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้ายุคปัจจุบันต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยโออิชิจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริการมากขึ้น