Home ลงทุน หุ้น “ไอร่า แคปปิตอล”คาดอีก2ปีมีกำไร ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจหลักทรัพย์โต 10%

“ไอร่า แคปปิตอล”คาดอีก2ปีมีกำไร ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจหลักทรัพย์โต 10%

270
0
SHARE

บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้ารายได้จากบริษัทหลักทรัพย์โต 10% ในปีนี้ เตรียมดันบริษัทลูกอีก 2 บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายในปี 64 ส่วนโครงการสปริงทาวเวอร์เตรียมเปิดบริการภายในสิ้นปีนี้

นางสาวนลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายสัมพันธ์ ชนะบูรณาศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA ชี้แจงผลดำเนินงานไตรมาสแรกในงาน “Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน” จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้วยกัน 9 ประเภท ประกอบด้วยดังนี้ 1.บริษัทหลักทรัพย์, 2.ที่ปรึกษาทางการเงินทั้งในและต่างประเทศ, 3.บริการสินเชื่อระยะสั้น, 4.บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยเป็นการลงทุนร่วมกับ AiFul บริษัทจากญี่ปุ่น ในการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่โดยกลุ่มไอร่าถือหุ้น 30%

5.ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยการลงทุนในโครงการเพื่อจดทะเบียนเป็นกองรีด ซึ่งมีผู้ร่วมทุนเป็นบริษัทจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนและก่อสร้าง, 6.ให้เช่าเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม, 7.แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยร่วมทุนกับ Travelex บริษัทยักษ์ใหญ่จากอังกฤษเปิดบริษัทขึ้นมาใหม่โดยกลุ่มไอร่าถือหุ้น 38% ซึ่งได้มีการเปิดสาขาไปแล้วที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์สุวรรณภูมิ

8.ลงทุนในธุรกิจ SMEs ผักดันธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ, 9.บรัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ซึ่งทั้งหมดนี้คือภาพรวมธุรกิจทั้งหมดของกลุ่มไอร่าที่มีการดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน

“ทั้งนี้กลุ่มไอร่าได้มีการลงทุนในโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา รวมเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 3,800 ล้านบาท ทำให้ในภาพรวมบริษัทมีการขาดทุน แต่ปี 61 มูลค่าการขาดทุนของบริษัท เริ่มลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากจากบริษัทเริ่มเก็บเกี่ยวเงินทุนที่ได้ลงทุนไปในโครงการต่างๆแล้ว โดยมั่นใจว่าภายใน 2 ปีถัดจากนี้บริษัทจะพ้นจากภาวะขาดทุนและมีกำไรเสียที หลังจากที่ใช้เงินลงทุนไปอย่างต่อเนื่องใน 3-4 ปีที่ผ่านมา”

ขณะเดียวกันภาพรวมรายได้ 5 ปีที่ผ่านมา ยังนับว่าบริษัทมีการสร้างรายได้ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์ที่กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเศรษฐกิจภายในประเทศก็ตาม บริษัทยังคงรักษามาตรฐานมีรายได้แตะ 800 ล้านบาททุกปี

ในปี 57 มีรายได้ 863 ล้านบาท, ปี 58 มีรายได้ 733 ล้านบาท, ปี 59 มีรายได้ 816 ล้านบาท, ปี 60 มีรายได้ 777 ล้านบาท และปี 61 มีรายได้ 806 ล้านบาท

สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้บริษัทมีกลุ่มธุรกิจที่จะเน้นหนักใน 4 ธุรกิจดังต่อไปนี้

1.AIRA Security เป็นบริษัทย่อยในกลุ่มที่ทำธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่าปัจจุบันมีตัวผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้าเลือกซื้อจำนวนมาก โดยจุดเด่นคือเป็นตัวแทนซื้อขายหุ้นต่างประเทศในทวีปยุโรป เอเชีย และสหรัฐฯ ซึ่งทิศทางถัดจากนี้กลุ่มไอร่าจะเน้นนำดิจิทัลเข้ามาใช้ในบริษัทหลักทรัพย์ของเรามากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของเรา โดยจะเน้นการบริการที่รวดเร็ว และส่งเสริมให้ลูกค้ามีสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ดี โดยปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในบริษัทหลักทรัพย์ที่ 10%

2.AIRA Factory เป็นบริษัทย่อยที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการสินเชื่อระยะสั้น ซึ่ง AIRA Factory นับว่าเป็นบริษัทย่อยที่มีอัตราการเติบโตช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 59 มีรายได้ 189 ล้านบาท, ปี 60 มีรายได้ 220 ล้านบาท, ปี 61 มีรายได้ 230 ล้านบาท ซึ่งทางกลุ่มไอร่าพยายามออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องโดยตลอด และมีแผนใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารเรื่องการตลาด และการบริการ เพื่อเป็นการลดคามเสี่ยงให้กับบริษัทเองด้วย

3.AIRA Leasing เป็นบริษัทย่อยสำหรับให้เช่าเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งปี 59 มีรายได้อยู่ที่ 68 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4.5 ล้านบาท โดยเป็นผลประกอบการก่อนที่กลุ่มไอร่าจะเข้าไปซื้อกิจการ แต่หลังจากที่กลุ่มไอร่าเข้าไปบริหารแล้วได้มีการลงทุนด้วยการเพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามา ทำให้ในปี 61 มีรายได้อยู่ที่ 96 ล้านบาท กำไรสุทธิ 11 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้สามารถปล่อยเช่าเครื่องจักรไปได้แล้ว 85% ของเครื่องจักรทั้งหมด โดยกลุ่มไอร่ามีแผนนำ AIRA LEASING เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯภายในปี 63

4.AIRA Property เป็นบริษัทย่อยที่ทำกิจการอสัหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้มีโครงการสำนักงานที่คาดว่าจะเสร็จภายในสิ้นปีและพร้อมไปเช่าพื้นที่แล้ว 1 โครงการ คือโครงการสปริงทาวเวอร์ ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกราชเทวี ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรดเอ ขนาด 57,400 ตารางเมตร รวมทั้งสิ้น 28 ชั้น โดยเป็นโครงการที่มีแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมเข้ามาประยุกต์ใช้กับตัวอาคาร

สำหรับโครงการนี้บริษัทได้เช่าพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นระยะเวลา 30 ปี พ่วงด้วยออปชั่นต่อสัญญาอีก 30 ปี มูลค่าโครงการ 2,500 ล้านบาท โดยตั้งเป้าคิดค่าเช่าพื้นที่ 950 บาท/ตารางเมตร

ขณะที่เป้าหมายของ AIRA Property คือต้องการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งกองรีดมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถจัดตั้งกองรีดได้ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า และประเมินว่าการมีโครงการเดียวนั้น ยังไม่เพียงพอต่อมูลค่ากองรีดที่ตั้งเป้าไว้ จึงมีแผนจะเปิดโครงการเพิ่มอีก 2 โครงการ ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถสรุปแผนได้เสร็จสิ้นว่าจะเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ทำเลใด เพื่อที่จะได้เริ่มก่อสร้างภายในปีหน้าทันที

เตรียมดันบริษัทย่อย 2 บริษัท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 63

ขณะที่นางสาวนลินี กล่าวทิ้งท้ายว่า “บริษัทมีแผนที่จะดันบริษัทลูกอีก 2 บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 63 โดยปี 62 จะดัน AIRA Leasing เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ และปี 64 จะเป็นคิวของ AIRA & AIFU ส่วนปี 64 กองรีดของโครงการอสังหาริมทรัพย์ต้องเกิดขึ้น”

ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นว่าอัตราการเติบโตของบริษัทจะเป็นไปตามแผนที่ตั้งเป้าไว้ เพราะขณะนี้สัญญานการเมืองในประเทศเริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้น ซึ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นแล้ว ฉะนั้นจึงไม่น่าจะมีปัจจัยลบกับบริษัทเหมือนช่วง 4-5 ปีที่แล้ว

โครงการก่อสร้างต่างๆของกลุ่มไอร่าดำเนินการได้ตามแผน ซึ่งปี 57-61 เป็นช่วงที่บริษัทของเราอยู่ในช่วงการลงทุนที่ต่อเนื่องและใช้เงินมหาศาล และยังเป็นช่วงที่ประเทศมีปัญหาทางการเมืองและขาดความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจอย่างมาก

แต่บริษัทยังสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้ เป็นผลมาจากบริษัทมีการลงทุนที่หลากหลาย ทำให้เกิดการกระจายความเสี่ยง และเชื่อมั่นว่าปีนี้เป็นช่วงที่บริษัทจะเริ่มเก็บเกี่ยวเม็ดเงินที่ลงทุนไปคืนกลับมาแล้ว