Home ลงทุน มุมธุรกิจ กสทช. เผยหากไทยไร้ 5G จะสูญเสียโอกาส 1.6 ล้านล้านบาท

กสทช. เผยหากไทยไร้ 5G จะสูญเสียโอกาส 1.6 ล้านล้านบาท

355
0
SHARE

กสทช.มองเทคโนโลยี 5G จะเป็นตัวปรับโฉมธุรกิจ ด้วยความเร็วมากกว่า 4G ถึง 100 เท่าและความเสถียร แต่จะเกิดได้อยู่ที่ภาคเอกชน ย้ำประเทศไทยจะไม่ล้าหลังเรื่อง 5G อีกแล้ว

นายฐากร ตันฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวภายในงาน Money Expo หัวข้อการสัมนา 5G Disruption ระลอก 2 IoT พลิกโฉมธุรกิจการเงิน’ ระบุว่า ประเทศไทย ไม่มีเทคโนโลยี 5G ไม่ได้ เพราะประเทศจะสูญเสียโอกาส ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท

โดยเทคโนโลยี 5g มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่

1.การส่งข้อมูลความเร็ว

  • ในขณะนี้ ความเร็วที่เราทดสอบได้ เร็วกว่า 4G เร็วกว่า 15 เท่า ซึ่งในวันข้างหน้าอาจสูงกว่าถึง 20 หรือ 50 เท่า 100 เท่า ซึ่งมือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ อาจจะไม่ใช่เทคโนโลยี 4G แล้ว แต่เป็น 4.5 G เพราะว่าค่ายมือถือได้ทำการพัฒนาไปล่วงหน้าแล้ว ให้เป็นเทคโนโลยี LTE advanced

2.การเชื่อมต่ออุปกรณ์

  • ในระบบ 2G ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน การเชื่อมต่อใน 1 ตารางกิโลเมตร จะใช้ได้กับอุปกรณ์ไม่เกิน 100,000 ชิ้น แต่เทคโนโลยี 5g จะเชื่อมต่อได้ถึง 1,000,000 ชิ้นขึ้นไป เพราะฉะนั้นความอัจฉริยะของ 5g ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในเรื่องการเงินการธนาคาร รวมถึงภาคการลงทุนของประเทศ

3.การรับส่งข้อมูลที่มีเสถียรภาพ

  • เมื่อมีความเสถียรในการใช้งานของอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โลกในอนาคตการผ่าตัด การสาธารณสุขต่างๆ ก็จะตามมา เช่น เราอาจจะไม่ต้องมีหมอในพื้นที่ห่างไกล แต่มีระบบของหุ่นยนต์ การรักษาทางไกลจะเกิดขึ้น

ซึ่งการจะทำให้เกิดเทคโนโลยีนี้ขึ้นมาได้ มีองค์ประกอบที่จะเกิด 5g ได้มี 3 เรื่องสำคัญ 1.เรื่องคลื่นความถี่(Spectrum) 2.โครงสร้างพื้นฐาน(infrastructure) 3.การเชื่อมต่อ(Connectivity)

คลื่นความถี่ที่มีการใช้กันอยู่ ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย ใช้รวมกันประมาณ 340 Mhz ซึ่งไม่เพียงพอแน่นอนสำหรับเทคโนโลยี 5g ที่จะต้องใช้ 200-300 Mhz ต่อ 1 ค่ายผู้ให้บริการ ถ้าไม่มีการจัดสรรคลื่นความถี่ อย่างต่อเนื่องก็จะไม่เกิด 5g อย่างแน่นอน

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีการดำเนินงานในปัจจุบัน การใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมกัน มีการใช้งานร่วมกันน้อยมาก ถึงแม้ก็สนชออกกฎเกณฑ์กติกา เช่นเสากับท่อ ที่มีการใช้งานร่วมกันอยู่ แต่ก็มีเพียงการใช้งานร่วมกัน เพียง 30% เท่านั้น ซึ่งจะต้อง ผลักดันให้มีการใช้งานร่วมกันมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนของผู้ผลิต ส่วนเรื่องของสายไฟเบอร์ ในขณะนี้ไม่มีการใช้งานร่วมกันเลย ฉะนั้น กสทช. จะต้องมีการออกกฎกติกา ให้มีการใช้งานร่วมกันมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ค่าใช้จ่ายในการประมูลถูกลงไปด้วย

กระทั่งการเชื่อมต่อ จะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมา 4G หรือ 3G จะเป็นการติดต่อสื่อสารระหว่างคนกับคน หรืออาจจะเป็นคนกับสิ่งของบ้าง ก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หากเป็น 5g ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างคนกับสิ่งของ สิ่งของกับสิ่งของมากยิ่งขึ้น

หากมาคำนวณดูว่าเทคโนโลยี 5g ไม่เกิดขึ้น มีการประเมินว่า ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทย จะสูญเสียโอกาสมากกว่า 7 แสนล้านบาท ไปถึง 1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10-30%(ของมูลค่าเพิ่มทั้งหมด) เพราะภาคการผลิตในปัจจุบัน ยังเป็นการใช้แรงงานคนแทบทั้งหมด เราต้องเปลี่ยนเป็นการใช้งาน iot ใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วย เพื่อให้ต้นทุนการผลิตถูกลง พร้อมกับมูลค่าที่สูงขึ้น

อีกเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมา คือความคาดหวังของหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น Smart City, Smart Farming, Smart Hospital เรื่องพวกนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรือยังภาคการท่องเที่ยวในระบบใหม่ที่เป็น เทคโนโลยี AR,VR ก็ล้วนเป็นการสูญเสียโอกาสของประเทศ

“เมื่อ 5G เกิดขึ้นจะมีการสร้างอาชีพใหม่ๆขึ้นมา เราล้าหลังหลายประเทศตอน 3G-4G มาหลายปี แต่ 5G เราไม่ล้าหลัง เทคโนโลยีนี้จะต้องเกิดขึ้นในประเทศของเราให้ได้”

สำหรับการผลักดันให้เกิดเทคโนโลยี 5g มองว่ามาจากภาครัฐ 20% และภาคเอกชน 80% เพราะภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน จากทั้ง 3 ค่าย ผู้ให้บริการจะเป็นผู้ผลักดัน ส่วนภาครัฐจะเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกให้เท่านั้น