Home ทิศทางเศรษฐกิจ 5G สำคัญไฉน เหตุใดจึงกลายเป็น”จุดตาย”สงครามการค้า

5G สำคัญไฉน เหตุใดจึงกลายเป็น”จุดตาย”สงครามการค้า

1434
0
SHARE

เราคงเคยได้ยิน หรือทราบๆ กันมาว่า 5G จะต้องเร็วกว่า 4G เป็นแน่แท้ แต่จริงๆ แล้วมีมากกว่านั้น เพราะ 5G จะเข้ามาแปลงโฉมการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆ

นี่เป็นสาเหตุให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ไร้สายและบรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยี รีบเร่งกันเอาเป็นเอาตายเพื่อไปให้ถึง 5G แถม 5G ยังถูกลากเข้าไปเป็นปัจจัยหนึ่งในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

อย่างที่เกริ่นไว้ว่า 5G คือเครือข่ายไร้สายรุ่นใหม่ที่จะเปิดโอกาสให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เร็วปรื้ด ซึ่งศักยภาพของ 5G นี่เองที่จะเข้าแปลงโฉมทุกสิ่งอย่างที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อย่างรถยนต์และทีวี หรือแม้แต่ไฟตามท้องถนนที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

เร็วปรื้ด
ขึ้นชื่อว่า 5G ก็การีนตีได้ถึงความเร็วปรู๊ดปร๊าด รองรับคอนเทนต์อะไรที่เยอะๆ อย่างวิดีโอที่จะเดินทางไปถึงอุปกรณ์ที่ผ่านการเชื่อมต่อได้อย่างเร็วพรวด

เครือข่าย 5G ของ Verizon ที่ทดลองในบางเมืองของสหรัฐ สามารถให้บริการที่ความเร็วมากกว่า 1Gbps หรือประมาณ 10 เท่าของความเร็ว 4G LTE อันหมายความว่าผู้ใช้สามารถดาวโหลดวิดีโอความคมชัดสูงที่มีความยาวเป็นชั่วโมง ได้ในเวลาไม่กี่วินาที แทนที่จะใช้เวลาหลายนาที

5G ยังเปิดโอกาสให้ gadget ต่างๆ คุยหรือสื่อสารกันได้เร็วขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สำคัญยิ่งสำหรับ smart city ที่มีการเชื่อมต่อกับสมาร์ทคาร์ เพราะต้องมีการส่งผ่านข้อมูลกันได้ทันที

แปลงโฉมทีวีและอินเทอร์เน็ต
การเชื่อมต่อทีวีและอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน ยังต้องมีการต่อสายจากเสาไฟหน้าบ้านเข้าไปในบ้าน แล้วเชื่อมกับโมเดมหรือ router หรือกล่องแปลงสัญญาณ

4G LTE มีความเร็วอยู่แล้ว แต่คงไม่เร็วพอรองรับทั้งบ้านที่จะเล่นเกมและสตรีมภาพยนตร์แบบ 4K ไปพร้อมๆ กัน แต่ 5G จะเร็วพอและไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก

สหรัฐต้องชนะ
แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ยังเห็นความสำคัญของ 5G โดยเมื่อเดือนเม.ย. ทรัมป์บอกว่า 5G เป็นการแข่งขันที่อเมริกาจะชนะ พร้อมระบุว่าอุตสาหกรรมไร้สายมีแผนจะลงทุน 275,000 ล้านดอลลาร์ในการพัฒนาเครือข่าย 5G อันจะนำไปสู่การสร้างงาน 3 ล้านตำแหน่งในสหรัฐภายในเวลาอันรวดเร็ว และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนเพิ่มเติมในเศรษฐกิจอีก 500,000 ล้านดอลลาร์

เมื่อเดือนเม.ย. คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ ประกาศกฎใหม่ เปิดทางให้จัดหาเครือข่าย 5G ได้ง่ายดายขึ้นเพื่อกระตุ้นการพัฒนา 5G ทั้งยังตั้งกองทุนมูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์เพื่อนำเครือข่าย 5G สู่ชนบท

สงครามการค้า
5G ยังเข้าไปมีเอี่ยวในสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ท่ามกลางกระแสวิตกว่าอุปกรณ์และโทรศัพท์ของหัวเว่ยอาจถูกนำไปใช้สอดแนมเครือข่ายไร้สาย

รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ ได้ขึ้นบัญชีดำอุปกรณ์ของหัวเว่ยสำหรับเครือข่าย 5 ของอเมริกา กูเกิลได้ตัดสัมพันธ์กับหัวเว่ยหลังถูกขึ้นบัญชีดำ แต่มีช่วงเวลาผ่อนผันให้ 90 วัน

ข้อห้ามของทรัมป์กระทบไปถึงธุรกิจชิปที่ทำงานกับหัวเว่ย อย่าง Broadcom, Intel, Xilinx และ Qualcomm ซึ่งบางแห่งมีส่วนร่วมในการสร้างเครือข่าย 5G และโมเดม เพราะบริษัทเหล่านี้จะพลาดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในช่วงที่หัวเว่ยขยายเครือข่าย 5G นอกสหรัฐ

หากกูเกิลไม่จัดหาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ให้หัวเว่ย โทรศัพท์หัวเว่ยจะมีความน่าดึงดูดใจน้อยลงในตลาดต่างๆ นอกประเทศจีน อย่างยุโรป ซึ่งหัวเว่ยขายมือถือที่สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของกูเกิลได้เต็มรูปแบบ อย่างการค้นหาข้อมูลต่างๆ และ Play Store

นักวิเคราะห์บางคนมองว่าการที่ทรัมป์เล่นงานหัวเว่ย อาจเป็นแทคติกเพื่อดึงจีนกลับสู่โต๊ะเจรจาการค้า แต่ความเสี่ยงอยู่ตรงที่ ขณะที่ทรัมป์อาจเชื่อว่ามีแต้มต่อในการเจรจา แต่สหรัฐอาจผลักจีนไปจนเลยเส้น และทำให้สงครามเย็นทางเทคโนโลยีก่อตัวขึ้นมาจริงๆ