Home คอลัมนิสต์ ขวัญชนก วุฒิกุล 7 นิสัยฉุดรั้งความสำเร็จ (เรื่องเงิน)

7 นิสัยฉุดรั้งความสำเร็จ (เรื่องเงิน)

1453
0
SHARE
7 นิสัยฉุดรั้งความสำเร็จ (เรื่องเงิน)

ผ่านปีใหม่2562มาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ แล้ว ลองทบทวนตัวเองบ้างหรือยังคะว่า หนึ่งสัปดาห์ของ “ปีใหม่” เราได้เริ่มทำอะไรตามเป้าหมายบ้างแล้วหรือยัง อย่าเพิ่งบ่นว่า เพิ่งจะ 7วันเท่านั้น จะให้รีบร้อนทบทวนไปทำไม เพราะชีวิตยังไม่เข้าที่เข้าทางเลย

จริงๆ เราทบทวนตัวเองได้เสมอๆ ค่ะ บางคนนี่ถึงขนาดทบทวนทุกวันว่า ในแต่ละวันเราทำอะไรไปบ้าง เป็นไปตามเป้าหมายระยะสั้นที่วางไว้หรือไม่ จะถี่จะห่างแค่ไหนไม่สำคัญเท่ากับเราหมั่นทบทวนค่ะ เพราะการ “ทบทวนตัวเอง” อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เรารู้ทั้งจุดแข็งจุดอ่อน จุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง เหมือนที่ท่านอธิบดี กรมสุขภาพจิต คุณหมอเกียรติภูมิ วงศ์รจิต บอกไว้ในช่วงปลายปีที่แล้วว่า การทบทวนตัวเองเป็นการเพิ่มโอกาสความสำเร็จในชีวิตที่ดีกว่า

ในขณะที่การทบทวนตัวเองเป็นปัจจัยเพิ่มความสำเร็จแต่ที่น่าสนใจ และดิฉันคิดว่า เราสามารถนำมาปรับใช้กับเรื่องเงินๆ ทองๆ ตามสไตล์ Money Careรู้ไว้ ใส่ใจเงิน ก็คือ สิ่งที่ท่านอธิบดีพูดถึง 7นิสัยฉุดรั้งความสำเร็จ ลองดูว่า เรามีนิสัยเหล่านี้บ้างหรือไม่1.ผัดวันประกันพรุ่ง 2.หวังพึ่งคนอื่น 3.ไม่กล้าตัดสินใจ 4.ขาดวินัย5.ไม่ฟังใคร6.ใจร้อน7.ยึดติดกับอดีต

ลองสำรวจตัวเองทีละข้อ โดยเฉพาะ 3 ข้อนี้ค่ะ

ผัดวันประกันพรุ่ง หลายคนตั้งเป้าหมายด้านการเงินว่า ปีนี้จะเริ่มต้น “ออม” ซึ่งเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการ “ออมก่อนใช้” เมื่อมีรายได้เข้ามา ก็ให้หัก 10%หรือ 20%ของรายได้ แยกใส่บัญชีเงินออม เก็บไว้ต่างหาก ไม่รวมกับบัญชีใช้จ่ายประจำเดือน เราเริ่มต้นทำได้หรือยัง หรือมีเสียงกระซิบด้านมืดคอยบอกข้างหูตลอดเวลาว่า เดี๋ยวค่อยออมก็ได้ เดี๋ยวค่อยเก็บก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้

หรือใครที่ตั้งเป้าหมายว่า จะเก็บแบงก์ 50บาทหยอดกระปุกไปเรื่อยๆ ได้ทำแล้วหรือยัง หรือยังคงผัดวันประกันพรุ่งอยู่

หวังพึ่งคนอื่น เคยเขียนหลายครั้งแล้วว่า ถ้าเราจะมีรายได้เลี้ยงชีพตัวเอง เราก็ต้องทำงาน เพราะงานเท่านั้นที่สร้างเงิน สร้างรายได้ และงานเท่านั้นที่ทำให้เราพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ขณะที่การหยิบยื่นความช่วยเหลือจากคนอื่นเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่มีใครช่วยใครได้ตลอดไป นอกจากเราจะต้องช่วยเหลือตัวเอง

หรือแม้แต่การกู้เงินมาลงทุนสร้างอาชีพ อย่างน้อยที่สุดเราก็ต้องมีทุนรอนของตัวเองไว้ส่วนหนึ่ง เผื่อเหลือเผื่อขาดว่า วันหนึ่งสิ่งที่เราลงทุนไป มันอาจจะไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้อย่างที่เราต้องการ ถึงเวลานั้น เงินรองรังของเรา ก็ยังพอช่วยเหลือเราได้ ไม่ใช่เริ่มต้นด้วยการกู้หรือหยิบยืมคนอื่น 100%

ขาดวินัยข้อนี้สำคัญมากค่ะ เพราะ “วินัย”เป็นแกนหลักของความสำเร็จทางการเงิน และเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดที่ทำให้เราไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

บางคนเริ่มออมแล้ว เริ่มเก็บก่อนใช้ แต่ทำได้ไม่สม่ำเสมอเพราะไม่มีวินัย ก็ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่อันนี้ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการขาดวินัยในการใช้จ่าย ใช้มากกว่าที่หาได้ ใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น ล้วนนำมาซึ่งหายนะทางการเงินทั้งนั้น

ส่วนข้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ฟังใคร ใจร้อน ดิฉันว่า อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงในการเป็นอุปสรรคที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จทางการเงิน แต่อาจจะเกี่ยวทางอ้อม เช่น เรื่องของการลงทุนขยายโอกาสทางการเงิน อันนี้ต้องมีเรื่องของการตัดสินใจ หรือการรับฟังคำแนะนำจากคนอื่น รวมถึงบางเรื่องก็ใจร้อนไม่ได้ ต้องอดทน ต้องรอเวลาให้เมล็ดพันธุ์หรือเงินลงทุนที่หว่านลงไปมันงอกเงยออกดอกออกผล

แต่สำหรับข้อสุดท้าย“ยึดติดกับอดีต” นั้น ในความหมายของการบริหารจัดการเงิน ดิฉันนึกถึงสิ่งที่เคยเขียนไปแล้วก่อนหน้านี้คือ ให้กำหนดเป้าหมายของตัวเอง มองไปข้างหน้าว่าในอนาคตเราอยากมีชีวิตแบบไหน เพื่อที่เราจะนำมากำหนดปัจจุบันของเราว่า เราจะวางแผนอย่างไร จะทำอย่างไร ให้สามารถเดินไปถึงเป้าหมายนั้นได้

ลองสำรวจตัวเองและทบทวนอย่างถี่ถ้วน หากพบว่า เราอาจจะเข้าข่ายมีนิสัยฉุดรั้งความสำเร็จข้อใดข้อหนึ่ง ก็ลงมือแก้ไข อย่างน้อยก็เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเองค่ะ